แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วัฒนธรรมประเพณี แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วัฒนธรรมประเพณี แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2559

ซีรี่ส์ เกาหลี..


ซีรี่ส์ เกาหลี..

.....................

เขารักษาภูมิปัญญาวัฒนธรรม
ให้จดจำทำได้ไม่ลืมหลง
สอนให้รักษาไว้ให้ยืนยง
ให้อยู่คงเป็นสมบัติราษฎร

ให้เรียนรู้วิธีทำอาหาร
สืบตำนานภูมิปัญญาแต่เก่าก่อน
ทำเป็นตามวิธีทุกขั้นตอน
ถ่ายทอดสอนให้เด็กได้ลงมือ

เขาจัดงานยิ่งใหญ่ให้ได้เห็น
เขามุ่งเน้นสืบทอดงานอันเลื่องชื่อ
เปิดโอกาสให้เด็กฝึกฝีมือ
มุ่งหมายสื่อสืบงานวัฒนธรรม

พัฒนาเมืองอย่างมีวิสัยทัศน์
ตัวอย่างชัดจึงชื่นชมมิข่มคว่ำ
ซีรี่ส์ เกาหลี ดีดี นี้น้อมนำ
มาบอกย้ำให้เอาอย่าง สร้างสรรค์กัน..

..........................
๑๔  ธันวาคม  ๒๕๕๙

หมายเหตุ.. ภาพถ่ายงานเทศกาลก้อนหิน ที่เมืองกังวา ประเทศสาธารณรัฐเกาหลี
                   เมื่อแปดปีที่แล้ว (2008)

วันศุกร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

พิธีกรรม..


พิธีกรรม..

...............

ขอขมาทำไมให้ซับซ้อน
พิธีกรรมมันซ่อนอะไรไว้
ทำสิ่งดีกับแม่น้ำทำด้วยใจ
จนน้ำใสตลอดไปได้ใช้ดี

ลอยกระทง หนึ่งปี แค่ หนึ่งหน
แม่น้ำหม่นหมองไปเกือบทุกที่
กิจกรรมของคนตลอดปี
มันย่ำยีแม่น้ำกันอย่างไร

มาคิดแก้หาทางที่ถูกต้อง
ทำให้คลองทุกแห่งมีน้ำใส
ขอขมาทุกวันบอกกันไป
ทำงานใหญ่ให้แม่น้ำสะอาดดี

ปลุกทั้งเด็กและผู้ใหญ่ให้ใจร่วม
เพื่อส่วนรวมตามคำขอต่อแต่นี้
หยุด กิจกรรมทำร้ายแม่วารี
คืนแม่น้ำให้ดีทั้งสายเอย

................................
๒๖  พฤศจิกายน  ๒๕๕๖


วันพฤหัสบดีที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2559

บันทึกประวัติศาสตร์..


บันทึกประวัติศาสตร์..

................................

เรือพระบกตกแต่งตามสมัย
เคารพและอาลัย ธ แห่งหล้า
ออกเมืองประกาศธรรมตามเวลา
สวยสง่าส่งเสริมประเพณี

ผ่านเลยกาลล่วงไปให้รำลึก
น้อมสำนึกพระกรุณาพระทรงศรี
ราษฎร์ร่มเย็นในพระบารมี
เทิดความดีพระทรงธรรมอันสำคัญ

แรมหนึ่งค่ำเดือนสิบเอ็ดปีวอก
เรือพระออกบอกราษฎร์ประกาศมั่น
ถวายอาลัยให้กับพระทรงธรรม์
ส่งเสด็จสู่สวรรค์นิรันดร

บันทึกประวัติศาสตร์
ประชาราษฎร์รำพันถึงวันก่อน
ได้อบุอุ่นพระบารมีมิคลายคลอน
ตอบสะท้อนสำนึกประชาชน

................................



วันอาทิตย์ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2559

วิถีบรรพชน..





วิถีบรรพชน..

...................

เมื่อถึงวันคืนเพ็ญออกพรรษา
จันทร์เด่นฟ้าพราวแพรวส่องแววหวาน
ในวันที่งดกิจกรรมทุกการงาน
เพื่อสักการพระพ่อผู้จากไกล

น้อมถวายบังคมด้วยเคารพ
เมืองสงบเมื่อใจหม่นและหมองไหม้
เพื่อมุ่งมั่นจรรโลงสืบสานใจ
ส่งต่อประเพณีอันยิ่งใหญ่ของชุมชน

รอเวลาจันทร์ผ่านถึงกาลเด็ด
แรมหนึ่งค่ำเดือนสิบเอ็ดก็กอบผล
งานตักบาตรเทโวเปี่ยมมงคล
หลากล้นศรัทธามาร่วมงาน

จันทร์เพ็ญเต็มดวงในห้วงหาว
ส่องวาวราวบอกไปทุกบ้าน
ให้รักษาให้จดจำทุกตำนาน
ให้สืบสานวิถีบรรพชน

ร่วมกันเทิดพระเกียรติไท้
สีดำก็เกรียงไกรเต็มถนน
ตอบค่าประเพณีในกมล
ให้โลกยลความรักความผูกพัน..

............................
๑๗  ตุลาคม  ๒๕๕๙

แรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๑ พุทธศักราช ๒๕๕๙

แรม  ๑  ค่ำ  เดือน  ๑๑  พุทธศักราช  ๒๕๕๙


  วิถีธรรมชาติประกาศชัด
  มิต้องนัดก็มาได้สหายเอ๋ย
  มาร่วมบุญประเพณีอย่างที่เคย
  สง่าเผยเมืองหลังสวนเย้ายวนใจ









วันพฤหัสบดีที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2559

สับสน หรือสืบสาน ?


สับสน หรือสืบสาน ?

.................................

เขาโชว์ป้ายปกปิดความงามบ้าน
ปกปิดงานอันเรืองรองเพียงครองชื่อ
เขาคิดหาเสน่ห์หมายให้ร่ำลือ
ใช่คิดถือว่างานนี้มีค่างาม

เขาโชว์ป้ายได้หน้ามากันครบ
ป้ายก็กลบทุกภาพไปไม่ต้องถาม
ว่าเขาได้เสน่ห์แล้วเพริศแพรวความ
แต่หยันหยามประเพณีมิคนึง

เขาโชว์ป้ายบอกความ งดงามหรือ
เขาร่วมมือรักษางานให้เป็นหนึ่ง
เขาหวงแหนเคหาอันตราตรึง
หรือเขาทึ้งคุณค่างานเพื่อชื่อตน

เขาโชว์ป้ายบดบังขบวนแห่
เขารักแท้ประเพณีที่ค่าล้น
เขาร่วมมือประกวดภาพถ่ายภาพผู้คน
เขาสับสนหรือสืบสานงานประเพณี

..................................
๑๓  ตุลาคม  ๒๕๕๙

วันพุธที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2559

ลือคำ..



ลือคำ..

.............

คว่ำรอตกแต่งลวดลายเด่น
ก่อนเพ็ญเสร็จสิ้นทุกชิ้นหวัง
ลงน้ำเมื่อใดเปี่ยมพลัง
โขนตั้งเชิดชูพร้อมชิงชัย

สลักเหล็ก ล็อคโขนแม่นมั่น
มิสะบั้นบทสู้มิหวั่นไหว
แรมหนึ่งค่ำเดือนสิบเอ็ดเทใจ
ขึ้นโขนชิงธงให้ลือคำ..

สู้..


สู้..

...........

บรรจงจับทับทามิล้าหวัง
ให้พายดั่งอาวุธคมจนสมหมาย
ให้แวววับเป็นเงาอันเพริศพราย
มิเหนื่อยหน่ายมิอ่อนแรงด้วยแกร่งใจ

ถึงชราอย่าคะเนว่าไม่สู้
จะสร้างพายจนเรือครูนั้นยิ่งใหญ่
จะเป็นเสือทะยานยุทธสุดเกรียงไกร
จนชิงชัยได้ธงทุกเที่ยวเรือ..

........................
๑๓  ตุลาคม  ๒๕๕๙

ผูกหวาย..

ผูกหวาย..

...............

ภูมิปัญญาผูกหวายอันวิจิตร
บรรพชนคนคิดกติกานี้
เป็นความคิดแยบยลสอนคนดี
ตามวิถีคนหลังสวนชวนไตร่ตรอง

ผูกกันไว้อย่าแยกอย่าแตกรัก
แยกก็หักสะบั้นกันทั้งสอง
ขาดจากกันก็ผูกใหม่ในครรลอง
เป็นพี่น้องทั้งสายน้ำจำใส่ใจ

สามัคคีประเพณีงานเรือแข่ง
มิได้แย่งแข่งขันกันเป็นใหญ่
แข่งเพื่อสืบทอดงานอันเกรียงไกร
ให้ลูกไทยหลานไทยได้รักษา

........................
๑๒  ตุลาคม  ๒๕๕๘

หมายเหตุ  .. บทร้อยกรอง เรื่อง ผูกหวาย  บทนี้
                     ได้เขียนขึ้นเมื่อวันที่ ๑๒  ตุลาคม  ๒๕๕๘ และวางประชาสัมพันธ์ในfacebook
                   
                     วันนี้ครบรอบปีที่ได้วางไว้ เลยนำมาวางอีกครั้งเพื่อเตือนใจคนหลังสวน
                     ในการร่วมมือกันรักษาสืบทอดงานประเพณีแห่พระแข่งเรือขึ้นโขนชิงธง
                     ชิงโล่และถ้วยพระราชทาน งานของเราให้ยั่งยืนสืบไป
                      และโดยเฉพาะการผูกหวาย ที่ทุ่นเรือตัดสินให้เรือที่เข้าแข่งขันขึ้นโขนเข้าชิงธง
                     ชิงหวายที่ผูกติดกันตามภูมิปัญญาสืบทอดประเพณีมาแต่โบราณ
                      การผูกมัดหวายทั้งสองเส้นไว้ด้วยเชือก
                      หากเรือลำใดชนะก็จะชิงธงพร้อมหวายทั้งสองเส้นนั้นไปได้
                      หากชิงธงพร้อมๆกันจนหวายที่ผูกติดกันไว้ขาดสะบั้นชิงไปได้คนละเส้นก็เสมอกัน

                     เมื่อผ่านการแข่งขันแต่ละเที่ยวผ่านไปแล้ว กรรมการที่ทุ่นเรือตัดสิน
                      ที่เป็นเส้นชัยในการแข่งขันก็จะนำหวายมาผูกติดกันใหม่
                      ห้อยเอาธงสีแดงไว้ที่ปลายหวายแต่ละข้างร้อยลอดกระบอกธงที่เส้นชัย
                      รอการแข่งขันเที่ยวต่อไป
                     เมื่อกรรมการพร้อมก็จะให้อาณัติสัญญาณว่าเรือตัดสินพร้อมแล้ว
                     การแข่งขันก็จะเริ่มต้นต่อไป

วันอังคารที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2559

สืบต่อ ?.


สืบต่อ ?.

.............

เมื่อแสงไฟวูบวาบขนาบถนน
เป็นเหตุผลบอกว่ามีงานใหญ่
เป็นสีสันหลากสีศิวิไล
แต่งแต้มไฟจนตื่นตาประดับงาน

มีรถวิ่งโฆษณาประกาศชัด
วิ่งบอกกำหนดนัดไปถึงบ้าน
มีรายการวิทยุสืบตำนาน
ป้ายใหญ่วางทุกย่านชุมนุมชน

รูปแบบการจัดงานยังไม่เปลี่ยน
หมุนเวียนกี่ปีมิสับสน
กรรมการกำหนดนัดประชุมชน
ร้านค้าล้นขายของต้องจองกัน

อยากเห็นวิถีชีวิต
เรืองรองฤทธิ์การฟื้นฟูอย่างสร้างสรรค์
อยากเห็นศิลปวัฒนธรรมอันสำคัญ
อยากเห็นการปลุกปั้นเยาวชน

เพื่อสืบทอดยอดงานอันยิ่งใหญ่
ให้ขจร ขจายไป ทุกแห่งหน
รักษาประเพณีมิ่งมงคล
สืบต่อจนชั่วฟ้าดินสลาย..

.............................
๑๑  ตุลาคม  ๒๕๕๙




วันอังคารที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2559

เจดีย์ทราย

เจดีย์ทราย

..................





เจดีย์ทรายพรายแพรวตามแววฝัน
สืบทอดกันต่อไปให้ได้เห็น
ยามสงกรานต์งานบุญให้สุขเย็น
ประดับเด่นในอารามงดงามไป

ศรัทธา ความเชื่อที่ชื่นจิต
ปลุกความคิดให้คำนึงตามสมัย
คนเก่าก่อนซ่อนธรรมอันอำไพ
ขนทรายให้กับวัดร่วมจัดการ

นำไปใช้ประโยชน์ได้ตามประสงค์
เป็นบุญส่งร่วมมือกันทุกด้าน
ทรายเรียงเม็ดมีค่างามตระการ
สืบประสานเป็นเจดีย์มิพังทลาย

สามัคคีแม่นมั่นผูกกันไว้
ผูกด้วยใจผูกด้วยธรรมนำขยาย
มุ่งนิมิตคิดถึงเจดีย์ทราย
สื่อความหมายให้สังคมสุขสมใจ..

..............................
๔  ตุลาคม  ๒๕๕๙

งานเรือแข่ง

งานเรือแข่ง.

....................

สะพานโค้งโยงเรื่องสงครามโลก
ความเศร้าโศกเสียใจครั้งใหญ่หลวง
การรบราฆ่ามนุษย์บริสุทธิ์ทั้งปวง
ผ่านเลยล่วงเป็นตำนานให้จารจำ

จุดนี้เป็นเรื่องราวอันตื่นเต้น
สื่อให้เห็นการแย่งชิงอันเลิศล้ำ
ผูกมาถึงเรือยาวทุกทุกลำ
แข่งขันกันในลำน้ำประเพณี

การขึ้นโขนชิงธงสุดยอดยุทธ
แข่งเรือขุดช่างฝีมือของที่นี่
เมืองหลังสวนสนามภาคใต้ทุกทุกปี
แรมหนึ่งค่ำเดือนสิบเอ็ดนี้วันเริ่มงาน

ธงผูกหวายหมายมั่นแข่งกันสู้
ใครจะอยู่จนชิงชัยกลับไปบ้าน
ญาติมิตรจึงชิดชื่นมาชมงาน
สุขสำราญงานเรือแข่งของบ้านเรา




หมายเหตุ..สะพานโค้งเป็นชื่อเรียกติดปากคนหลังสวนหมายถึงสะพานเหล็กข้ามแม่น้ำหลังสวน
                  ซึ่งเป็นทั้งสะพานสำหรับรถไฟวิ่งข้ามแม่น้ำหลังสวน และมีสะพานทางเดิน
                  หรือจักรยานข้ามแม่น้ำหลังสวนที่มีมาแต่โบราณ

                  สะพานโค้งถูกระเบิดในสมัยสงครามโลกครั้งที่สองพังไปข้างหนึ่ง
                  ซึ่งกองทัพญี่ปุ่นที่ขึ้นบกที่ชุมพรด้วยได้เกณฑ์เชลยสงครามในขณะนั้นซ่อมสร้าง
                  และในปี พ.ศ. 2491 หรือ 2492 ไม่แน่ชัดภายหลังเสร็จสิ้นสงคราแล้ว
                  ได้มีการบูรณะซ่อมแซมสะพานกันอีกครั้งหนึ่งจนได้ใช้มาถึงปัจจุบันนี้

                   แม่น้ำหลังสวนบริเวณที่มีที่ตั้งสะพานโค้งนี้ ยาวไปตามลำน้ำจนเลยท่าน้ำวัดด่านประชากร                      จะเป็นสนามแข่งขันเรือยาวชิงโล่และถ้วยพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและ                    ของสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ฯ

วันจันทร์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2559

จัดแจง

จัดแจง...

......................

บนถนนหลังสวนถิ่นสถาน
ที่จัดงานตักบาตรทอดผ้าป่า
งานแห่พระแข่งเรือสืบทอดมา
ต้องรักษาให้ดีให้สวยงาม

ก่อนวันแรมหนึ่งต่ำเดือนสิบเอ็ด
ทุกงานเสร็จกลับบ้านไม่อาจข้าม
เรือพระบกจากทุกวัดวาอาราม
ตกแต่งตามประเพณีมาร่วมงาน

คืนวันออกพรรษามาตลาด
กระวีกระวาดเตรียมการกันทุกบ้าน
เรือพระบกตกแต่งงามตระการ
ราชการราษฎรสามัคคี

เตรียมทั้งพุ่มผ้าป่าอาสารับ
พระเณรจับสลากภัตตามเลขที่
งานนิมนต์พระ เณร ถูกวิธี
สืบสานประเพณีวัฒนธรรม

..............................

หมายเหตุ..คำว่าจัดแจง เป็นภาษาถิ่นหลังสวนแปลว่า เตรียมการ ,เตรียมตัว

วันอาทิตย์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2559

ประเพณี




ประเพณี


ประเพณีชีวิตผิดหรือถูก
ผู้ใหญ่ปลูกให้ลูกหลานสืบสานส่ง
เป็นความงามตามแบบไทยให้ไทยคง
วัฒนธรรมดำรงยืนยงนาน

ลูกหลานสืบใส่ใจหรือไม่ครับ
หรือใจหลับสับสนจนลืมบ้าน
ปล่อยชีวิตผิดทางจนร้างราน
ยากผสานส่งเสริมแต่งเติมใจ

ความเป็นคนมีคุณธรรมหมาย
จึงกลับกลายสลายแหลกและเหลวไหล
ความเป็นคนคนดีเป็นศรีไทย
จึงร้างไร้ไม่เห็นค่าอย่าเค้นเลย

ประเพณีวัฒนธรรมอันล้ำค่า
สิ้นปัญญาคนรุ่นหลังหากนั่งเฉย
ไม่รักษาไม่สืบทอดจอดจบเอย
จะไปเผยหน้าให้ใครเขาชื่นชม..

................................
๒  ตุลาคม  ๒๕๕๙

วันเสาร์ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2559

สืบทอด

สืบทอด

..........

สาธุชนศรัทธามาที่วัด
ร่วมกันจัดการบุญหนุนส่งให้
ผู้ล่วงลับไปแล้วเพริศแพร้วใจ
ศาลาใหญ่วัดขันเงินจำเริญธรรม

แรมสิบห้าค่ำเดือนสิบมากันพร้อม
มนน้อมภัตตาหารรสเลิศล้ำ
ถวายพระปฏิบัติจัดใจนำ
สืบทอดวัฒนธรรมประเพณี




                                                                                                                              ๑  ตุลาคม  ๒๕๕๙

วันศุกร์ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2559

สามเณรยอดนักสู้



ทุ่มเท ทุกวันหวัง  ให้งานยังประโยชน์หมาย
เหงื่อหยด หลั่งเป็นสาย  ให้เพริศพราย ความใฝ่ฝัน

จักสู้ สร้างมนุษย์  ผู้ปริสุทธิ์ อย่างสร้างสรรค์
สืบทอด มหาธรรม์  เพื่อปันสุขให้สังคม


สามเณรยอดนักสู้


        สามเณรยอดนักสู้วัดขันเงิน  (พระอารามหลวง)  ตำบลวังตะกอ  อำเภอหลังสวน  จังหวัดชุมพร




วันพฤหัสบดีที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2559

ได้เวลา




ได้เวลาวัฒนธรรมมากำหนด
แต่งเติมบทบาทเมืองให้เฟื้องฟุ้ง
ต้องอาศัยความร่วมมือหมายบำรุง
เพื่อจรุงปรุงใจ ให้จำเริญ




ได้เวลา

วันอังคารที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2559

บันทึกศาลเจ้าเค่งจิวกงโตะ


บันทึกศาลเจ้าเค่งจิวกงโตะ

..................................

สืบเนื่องจากการได้รับมอบหมายจากสันนิบาตองค์กรชาวไหหลำภาคใต้     ให้ศาลเจ้าเค่งจิวกงโตะ (ศาลเจ้าขันเงิน)  อำเภอหลังสวน  จังหวัดชุมพร   เป็นเจ้าภาพในการจัดประชุมสันนิิบาตองค์กรชาวไหหลำภาคใต้  ครั้งที่ ๑๑ ในเดือนกรกฎาคม ๒๕๓๖      ซึ่งนับว่าเป็นเกียรติอย่างยิ่งของชาวอำเภอหลังสวนทุกคน ที่ได้รับมอบหมายภาระหน้าที่ดังกล่าวนี้

ทั้งนี้ คณะกรรมการศาลเจ้าเค่งจิวกงโตะ (ศาลเจ้าขันเงิน)  อำเภอหลังสวน  จังหวัดชุมพร  ได้ประชุมปรึกษา และมีมติให้จัดการการประชุมสันนิบาตองค์กรชาวไหหลำภาคใต้  ในวันเสาร์ที่  ๒๔  กรกฎาคม  ๒๕๓๖  ณ  ที่ประชุมของศาลเจ้าเค่งจิวกงโตะ

องค์กรชาวไหหลำที่อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร  เป็นกลุ่มองค์กรเล็กๆ ที่รวบรวมญาติมิตรชาวไหหลำที่ได้อพยพมาจากผืนแผ่นดินใหญ่เมื่อครั้งแผ่นดินร้อน จากภัยธรรมชาติ และภัยสงครามล่าอาณานิคมในอดีต  และลูกๆหลานๆของญาติมิตรที่สืบเลือดเนื้อเชื้อไขภายใต้ร่มพระบรมโพธิสมภารของพระมหากษัตริย์ไทย   จนเติบโตเป็นทายาทสืบทอดวัฒนธรรมประเพณีให้ยังคงเหลืออยู่     เป็นมรดกของสังคมต่อไป

ศาลเจ้าเค่งจิวกงโตะ (ศาลเจ้าขันเงิน)    เป็นศูนย์รวมน้ำใจของพวกเราญาติมิตรชาวไหหลำที่อำเภอหลังสวนมาช้านานแล้ว

หลักฐานยืนยันจากตำบอกเล่า จากแผ่นศิลาที่จารึกข้อความเกี่ยวกับการก่อตั้งศาลเจ้าแห่งนี้    รวมทั้งเกี้ยวเจ้าแม่องค์หนึ่ง  ที่ผู้ศรัทธาได้สร้างถวายให้กับศาลเจ้า    บ่งบอกความได้ว่า ศาลเจ้าเค่งจิวกงโตะ มีประวัติอายุการก่อตั้ง และก่อสร้างเป็นศาลเจ้ามานาน        

แต่ด้วยเหตุที่มิได้มีการบันทึกรวบรวมรายละเอียดที่เกี่ยวกับประวัติของศาลเจ้าเค่งจิวกงโตะมาก่อนเลย กับทั้งบรรพชนผู้ร่วมก่อตั้งก่อสร้างศาลเจ้าแห่งนี้ ก็ได้ล้มหายตายจากไปนานแล้ว   คนรุ่นหลังๆ ที่เหลือพอจะจำความได้บ้าง ก็แก่ชรามาก จนยากจะนึกย้อนทบทวนความแต่หนหลังได้

(ยังมีต่อ)

รำลึก

รำลึก..

..............

สายเลือดข้นคำนึงถึงทวดปู่
ที่กอบกู้ก่อสร้างวางฐานไว้
สร้างศาลเจ้าเค่งจิวกงโตะให้
เป็นศูนย์รวมน้ำใจไหหลำเรา

วัฒนธรรมประเพณีที่ยึดมั่น
จะร่วมกันสืบสานจากกาลเก่า
ไม่จืดจางศรัทธารักษาเอา
ให้ศาลเจ้าเค่งจิวกงโตะคง

บรรพชนบรรพกาลร่วมสานสร้าง
เป็นแบบอย่างให้ลูกหลานไม่ลืมหลง
ให้รักถิ่นยินดีศักดิ์ศรีวงศ์
เป็นศูนย์ส่งเสริมความสามัคคี

เพื่อไหหลำรำลึกให้ลึกล้ำ
เพื่อน้อมนำความสุขให้ทุกที่
เพื่อยืนยันคุณค่าคุณความดี
ศาลเจ้านี้จะมีมั่นนิรันดร...

กฤษณะ  ฉายากุล
24 กรกฎาคม 2536

........................

หมายเหตุ .. บทร้อยกรองนี้เขียนขึ้นเพื่อเป็นบทรำลึกในหนังสือที่ระลึก
                    งานประชุมสันนิบาตองค์กรชาวไหหลำภาคใต้ ครั้งที่ 11

ขึ้นโขน ชิงธง


ขึ้นโขน ชิงธง..

..........................

กว่าจะถึงวันงาน อันตื่นเต้น

ต่างเคี่ยวเข็ญ ฝึกซ้อม จนพร้อมมั่น
ซึ่งต่างหมาย ชิงชัย ชิงธงกัน
หนึ่งเดียวนั้น ที่หลังสวน ประเทศไทย...

............................


หมายเหตุ..งานประเพณีแห่พระแข่งเรือขึ้นโขนชิงธง
                  ชิงโล่และถ้วยพระราชทาน
                   ณ สนามแข่งเรือแม่น้ำหลังสวน
                   ๑๗- ๒๑  ตุลาคม  ๒๕๕๙
                   
                   กิจกรรมของงานมีมากมาย
                   ตามรายละเอียดการประชาสัมพันธ์ที่ติดตามได้ในสื่ออื่นๆ