แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สังคม แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สังคม แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2559

รถไฟ..

             
                                                   อาคารสถานีรถไฟหลังสวน  จังหวัดชุมพร

รถไฟ..

................

ระบบรางวางใจไปทุกที่
รถไฟมีเส้นทางสู่เหนือใต้
อาคารงามตามที่เห็นแบบไทยไทย
ที่ติดต่อสื่อสารใจประชาชน

จะเลือกการเดินทางไปไหนไหน
จะเลือกชั้นรถไฟไม่สับสน
จากตั๋วแข็งแบบเก่าเร้าใจคน
เปลี่ยนหลายหนเป็นตั๋วแบบปัจจุบัน

จองล่วงหน้าก็ได้ไม่ยุ่งยาก
ไม่ลำบากระบบมีดีทั้งนั้น
รถไฟฟรีก็ยังมีให้เห็นกัน
รถปรับชั้นความเร็วสูงเรารอคอย

ระบรางคู่อยากรู้นัก
เมื่อใดจักได้ใช้ใจละห้อย
การเดินทางเร็วไวไม่ต้องคอย
จอดรอหลีกรอถอยให้เหนื่อยใจ

การรถไฟ เชื่อมไทยไปทุกที่
รอวันดีระบบรางสร้างสรรค์ใหม่
สร้างงาน สร้างสุข ให้คนไทย
เชื่อมต่อยุคสมัย การเดินทาง..

..................................
๓๑  ธันวาคม  ๒๕๕๙




วันจันทร์ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2559

อย่าเป็นผักชี..


อย่าเป็นผักชี..

......................

เมื่อใกล้ถึงเทศกาลสำคัญ
รัฐบาลก็ออกมาให้ความสำคัญกับการใช้รถใช้ถนนกันสักคราวหนึ่ง
มีการจัดรูปแบบการป้องกันอุบัติเหตุกันหลากหลายรูปแบบ
ถูกบ้าง ผิดบ้าง ตามสภาวะของการคิดจัดงานเป็นครั้งคราวนั้น

การจัดการจราจรบนเส้นทางถนนให้กับประชาชนมีปัจจัยที่ต้องเกี่ยวข้องนับตั้งแต่การสร้างถนนได้มาตรฐานหรือไม่  เครื่องหมายการจราจรบ่งชี้ชัดเจนหรือไม่
ผู้คนที่ใช้รถใช้ถนนได้ปฏิบัติตามกฎกันถูกต้องกันทุกฝ่ายหรือไม่

การใช้รถใช้ถนนไม่ใช่คนขับรถเราขับดีอย่างเดียว
รถคันอื่นที่วิ่งอยู่บนถนนก็เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย
เมื่อเขาต้องการให้เกิดความปลอดภัยในการใช้รถ
จึงกำหนดให้รถแต่ละคันนั้นใช้ในประเภทใด

สำหรับรถที่กำหนดที่นั่ง ก็กำหนดให้มีเข็มขัดนิรภัย เพื่อความปลอดภัยของทรัพยากรมนุษย์

การมองที่เห็นต่างกัน เป็นเหตุผลในการคิดเพื่อหาข้อยุติตกลงเป็นระเบียบ เป็นกฎหมาย
เพราะเมื่อเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน
รัฐซึ่งหมายรวมถึงประชาชนทุกคนจะต้องร่วมกันรับผิดชอบบำบัดเยียวยาความเสียหายแก่ชีวิต  ร่างกาย  อนามัย ของผู้คนที่ประสบอุบัติเหตุจนได้รับความเสียหายด้วย

ปัจจุบัน สภาพถนนหนทางที่ให้บริการประชาชนนับได้ว่าชำรุดทรุดโทรม
ไม่ได้มาตรฐานเป็นจำนวนมาก  จะเห็นได้ว่ามีหลุม บ่อ บนถนน  ถนนขรุขระไม่เรียบ
บางช่วงเป็นหลังเต่า  เป็นลอน
ซึ่งรถที่ขับขี่ไปในสภาพถนนอย่างนี้ควบคุมได้ยาก  และไม่สามารถหยุดรถได้ในสภาพปกติได้
เป็นอันตรายต่อการขับขี่ยวดยานเป็นอันมาก  เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย

เส้นสีบนถนนที่จืดจาง ไม่สะท้อนแสง หรือบางช่วงถนน ไม่มีเส้นสีบนถนนเหลืออยู่เลย
ในเวลาฝนตก  หรือในยามค่ำคืน  ก็เป็นอันตรายในการขับขี่ยวดยานไปบนถนนที่มีสภาพอย่างนี้เช่นกัน

แสงสว่างในยามค่ำคืน ก็มีความสำคัญในการใช้รถใช้ถนนไม่น้อย
ชุมชนบ้านนอกห่างไกลเมือง ก็ขาดโอกาส ขาดแสงสว่างบนถนน ประชาชนต้องอยู่ไปตามยถากรรม

การให้บริการประชาชนเกี่ยวกับการจราจรบนถนนหนทาง
หาใช่การใช้มาตรการชั่วคราวในช่วงเทศกาลสำคัญนั้นไม่

หากเป็นแนวคิด หรือนโยบายที่สำคัญ ที่จะต้องจัดการให้ถนนหนทางได้มาตรฐาน
และมีการปฏิบัติตามกฎจราจรกันอย่างเคร่งครัด
ปลุกเร้าสั่งสมสร้างคนในสังคมให้มีวินัยในการจราจร  รู้จักการใช้รถใช้ถนนกันอย่างจริงจัง
เพื่อรักษาทรัพยากรมนุษย์ให้ปลอดภัยจากอุบัติเหตุจากการจราจรบนถนนตลอดเวลา

......................................
๒๖  ธันวาคม  ๒๕๕๙

วันอาทิตย์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2559

มอง.



มอง..

............

มองหาปล่องอุโมงค์ใหญ่ยังไม่เห็น
ความทุกข์เข็ญของประชาเกินกว่าแก้
ต้องช่วยตัวช่วยตนไร้คนแล
อย่าท้อแท้ทนไปก่อนกัดเกลือกิน

ผ่านเวลา ผ่านเหตุการณ์ ผ่านอดีต
ทุกเรื่องกรีดกัดใจไปเสียสิ้น
อีกกี่นานกาลไหนได้สมจินต์
สุขถวิลสมประสงค์กันสักที

มองหาคนแก้ไขปัญหาชาติ
ปัญหาราษฎรเดือดร้อนทุกที่
มองอย่างไรไม่เห็นแววของคนดี
อีกกี่ปีถึงจะพ้นความยากจน

.....................
๑๑  ธันวาคม  ๒๕๕๙

วันอาทิตย์ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2559

ผิดหลง..?


ผิดหลง..?

....................

เมื่อวันหนึ่งพึงเห็นความสงบ
ทุกอย่างจบครบถ้วนกระบวนหวัง
เมื่อวันที่ไทยทั้งชาติรวมพลัง
ร่วมหยุดยั้งความทุกข์ยากของราษฎร

เมื่อวันหนึ่งพึงเห็นความสันติ
ปัญหามิเป็นอุปสรรคให้ทุกข์ร้อน
หันหน้ามาร่วมแก้ไขไม่เกี่ยงงอน
เพื่อสะท้อนว่าทำดีมิเสียงาน

เมื่อวันหนึ่งพึงเห็นความรุ่งโรจน์
หยุดความโกรธ อคติ สิ่งที่ผ่าน
รักษาทรัพย์ของราษฎร์และราชการ
รักษาบ้านเมืองไทยให้ร่มเย็น

เมื่อวันหนึ่งพึงเห็นว่าผิดหลง
ปัญญาคงแก้ไขไม่ยากเข็ญ
หยุดทุกข์ยากทุกข์ร้อนทุกประเด็น
เพื่อพลีเป็นประโยชน์ชาติประชาชน..

...........................
๕  ธันวาคม  ๒๕๕๙

วันศุกร์ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2559

5 บาท



5  บาท

...............

เพียงห้าบาทขาดค่ายังหาได้
ยังเป็นไฟส่องสว่างในทางฝัน
ยังเติมเต็มตอบสนองความผูกพัน
ยังแบ่งปันความสุขกับสังคม

ยังแสดงไมตรีที่มีมอบ
ยังให้คนชื่นชอบไม่ขื่นขม
ยังเติมรักธรรมชาติตามนิยม
ใบตองห่มห่อไว้ได้สวยงาม

ยังมีรสอาหารอันโอชะ
ยังไม่ละความสะอาดไม่มองข้าม
ยังคงมีเรื่องราวให้ติดตาม
ตอบคำถามว่าห้าบาทอยู่อย่างไร

ก๋วยเตี๋ยวห่อห้าบาทที่หลังสวน
ยังเย้ายวนเสน่ห์อย่างยิ่งใหญ่
สัญลักษณ์ของเมืองเลื่องลือไกล
ท่ามกลางยุคสมัยข้าวของแพง..

............................
๓  ธันวาคม  ๒๕๕๙

วันจันทร์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

ขนมครก..


ขนมครก..

..................

ขนมครกเมืองหลังสวนยังหวลหอม
กระทิแป้งน้ำตาลพร้อมหยอดใส่หลุม
ปิดฝาอบ อวลไฟให้ร้อนรุม
สุกเนื้อนุ่มนอกกรอบชอบชื่นใจ

ทุกทุกเช้าเจ้าของร้านทำงานหนัก
ยืนคอยตักขนมครกที่สุกใหม่
ลงกระทงใบตองส่งเรื่อยไป
น้ำตาลทรายเติมไว้ในกระทง

ขายมานานหลายปีจนมีชื่อ
คนมาซื้อจำได้ดีมิลืมหลง
ขนมครกพี่น้อยยังยืนยง
ราคาคงเท่านี้มิเปลี่ยนแปลง

สิบบาทก็อิ่มได้และอร่อย
ยิ้มพี่น้อยด้วยไมตรีมิต้องแต่ง
ขายขนมไทยไทยทำด้วยแรง
แม้เมื่อยแข้งก็ยังยิ้มอิ่มเอมใจ..

.......................................
๒๙  พฤศจิกายน  ๒๕๕๙




วันอาทิตย์ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

ลงดินกันดีไหม..?


ลงดินกันดีไหม..?

...........................

ระโยงระยางโยงใยไปทุกที่
ห้อยย้อยไม่มีระเบียบเห็น
กี่เส้นกี่สายหลายประเด็น
จนเป็นวิกฤตไปทุกเมือง

หลายเส้นหมดค่ายังคาอยู่
ห้อยร้อยให้ดูไม่เป็นเรื่อง
เกะกะรกรุงรังยังคิดเคือง
บดบังเมืองให้งามมันทรามไป

เมื่อใดจะเปลี่ยนแปลงมาปรับเปลี่ยน
ลงดินให้เสถียรกันดีไหม
ภาพเมืองจะงดงามอร่ามใจ
บูรณะเรือนไม้ให้ยั่งยืน

เมืองนี้จะมีคนมาท่องเที่ยว
มาเก็บเกี่ยวความสุขไม่ฝันฝืน
มาชมเมืองทั้งกลางวันทั้งกลางคืน
จนเมืองตื่นต้อนรับผู้มาเยือน

..........................

๒๗  พฤศจิกายน  ๒๕๕๙

เมืองฝัน..


เมืองฝัน..

.................

เมื่อเห็นจันทร์เกี่ยวนภาตอนฟ้าสาง
จึงเก็บภาพมาวางไว้ให้เห็น
เช้าที่ฟ้าสีครามงามเย็นเย็น
เรือนไม้เด่นของเมืองยังเรืองรอง

แสงไฟฟ้ายังส่องสว่างอยู่
บ้านเมืองดูเรียงรายน่าเที่ยวท่อง
บางช่วงยามรถปลอดทอดตามอง
แต่ละห้องคูหาช่างงดงาม

ชีวิตเช้ายามนี้ ดูสงบ
เหมือนไม่พบผู้คนจนอยากถาม
ว่าคนเขาไปไหนให้ได้ความ
ไม่อยากข้ามความนี้ขอชี้แจง

ผู้คนยังไปมาไม่มากนัก
บ้างออกตักบาตรอยู่ก็หลายแห่ง
บ้างจับจ่ายขายของร้านข้าวแกง
บ้างจัดแต่งร้านค้าประจำวัน

บ้างสัญจรไปมาไปตลาด
พระเดินบาตรเป็นภาพแห่งความฝัน
เป็นอย่างนี้ที่หลังสวนทุกทุกวัน
ทุกเช้านั้นเมืองฝันช่างงดงาม..

........................
๒๗  พฤศจิกายน ๒๕๕๙


วันเสาร์ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

สี่สิบห้าปี มร.



สี่สิบห้าปี มร.

....................

จากตลาดวิชามหาวิทยาลัยเปิด
ก็ก่อเกิดแหล่งเรียนรู้อย่างยิ่งใหญ่
เป็นแสงเทียนส่องทางสว่างไทย
จนเจิดจ้าสวยไสวในวันนี้

จากท้องนาทิ้งร้างกลางเมืองหลวง
เป็นที่หวงมากค่าไปทุกที่
จากอาคารแสดงสินค้าเก่าหลายปี
เริ่มเป็นที่ประสาทวิชาแก่ผู้คน

จากตึกเก่าชั้นเดียวเดี๋ยวนี้เปลี่ยน
มีตึกสูงมีห้องเรียนมากหลากล้น
เป็นสถาบันการศึกษาของคนจน
ก่อเกิดผลพัฒนาประเทศไทย

เป็นที่เรียนต่อเติมค่าความใฝ่ฝัน
สู้ไม่หวั่นจนแกร่งกล้าและยิ่งใหญ่
สี่สิบห้าปีพัฒนามหาวิทยาลัย
รามคำแหงจะเกรียงไกรไปนิรันดร์

...............................

๒๖  พฤศจิกายน  ๒๕๕๙


หมายเหตุ..  บทร้อยกรองนี้เขียนขึ้นเป็นบันทึกในวันครบรอบ  ๔๕ ปี
                    แห่งการสถาปนามหาวิทยาลัยรามคำแหง
                    สถาบันการศึกษาของมวลชน

วันพุธที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

เงาแห่งความทุกข์ยาก..


เงาแห่งความทุกข์ยาก..

...................................

เมื่อค่ำคืนเห็นเงาเยาวชน
ในสภาพหมองหม่นในเมืองฝัน
สองพี่น้องนั่งคุยเล่นด้วยกัน
แววตานั้นบอกได้ว่าอิดโรย

อดไม่ได้ต้องถามว่าไปไหน
ทานข้าวแล้วหรือไม่หรือหิวโหย
มืดค่ำแล้วไม่กลับบ้านเดี๋ยวถูกโบย
ถามคำโดยเป็นห่วงเยาวชน

ความลำบากยากแค้นยังได้เห็น
ความลำเค็ญในสังคมยังจมหม่น
ความเดือดร้อนทุกข์ยากที่ต้องทน
อีกเมื่อใดจึงจะพ้นทรมาน

การแบ่งปันเป็นหนทางหนทางหนึ่ง
ที่เราพึงร่วมคิดร่วมประสาน
ร่วมแก้ไขความหิวโหยให้อันตรธาน
ให้พ้นผ่านความทุกข์ยากกันสักที

จะต้องตอบสนองกับปัญหา
ด้วยเงินตราประชารัฐกันหรือนี่
ตอบแทนกันเรื่อยไปอีกกี่ปี
จนสุขีเกิดมีในแผ่นดิน

............................
๒๓  พฤศจิกายน  ๒๕๕๙

หมายเหตุ...บทร้อยกรองนี้เขียนขึ้นจากเรื่องจริงที่พบเห็น
                   และหาใช่จะวิจารณ์นโยบายอะไรของรัฐ
                   หากมีความหวัง ความตั้งใจว่า  จะได้เห็นหนทางในการแก้ไขปัญหา
                   ความทุกข์ยากของประชาชนอย่างยั่งยืน จนสามารถยืนบนลำแข้งของตนเองได้จริงๆ

วันพุธที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2559

อรุณ เวชสุวรรณ..


อรุณ  เวชสุวรรณ..

........................

เบื้องหลังภาพงดงามอารามฝัน
กวีวรรณอันเกรียงไกรได้สื่อถึง
การเผยแผ่พระศาสนาอันตราตรึง
เขาเป็นหนึ่งผู้บันทึกทุกเรื่องราว

ภาพเหตุการณ์ผ่านเมืองในอดีต
ก็ได้ขีดเขียนไว้ได้บอกกล่าว
เก็บรวบรวมนำเผยแพร่ดั่งเพชรพราว
ให้ได้รู้ร้อนหนาวประชาชน

จากไชยาเมืองธรรมอันยิ่งใหญ่
เป็นฐานแรกให้ก้าวไปทุกแห่งหน
หนังสือท่านพุทธทาสชื่นฉ่ำกมล
หลากล้นเป็นแนวทางกระจ่างใจ

ทุกประเภทหนังสือก็ผลิต
จากแนวคิดข้อเขียนความฝันใฝ่
ตีพิมพ์ความจริงความเป็นไป
บอกให้โลกรู้ทุกเรื่องราว

เขาชื่อ  อรุณ  เวชสุวรรณ
ผู้รังสรรค์งานหนังสืออย่างหาญห้าว
แกร่งกล้ามาอีกฝนหนาวอีกคราว
ให้ย่างก้าวสู่สุขตลอดไป

............................
๒๗  ตุลาคม  ๒๕๕๙

วันพุธที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2559

สามัคคี


สามัคคี..

................

สามัคคีคือพลังเคยหวังวาด
เคยประกาศแกร่งกล้ามาเสมอ
สามัคคีเพื่อชาติไม่หลงละเมอ
ไม่พร่ำเพ้อพูดไปให้หลงคำ

สามัคคีประชาชนคนทั้งชาติ
ใช่บังอาจคิดฝันให้ขันขำ
แต่ได้คิดเพื่อพัฒนาทั้งอุตสาหกรรม
เกษตรกรรม คุณธรรมของทุกคน

สามัคคีพี่น้องร่วมสายเลือด
ไม่เฉือนเชือดทำร้ายให้หมองหม่น
ไม่หยามหมิ่นไม่เยาะเย้ยเหยียบย่ำกมล
แม้ทุกข์ท้น ก็ร่วมทุกข์ปลุกสุขคืน

สามัคคีในวันนี้ที่หดหาย
มันกลับกลายเปี่ยมชิงชังเมื่อใดชื่น
จนความรักมากไมตรีเมตตาคืน
จนดกดื่นยิ้มสยามงดงามไป

สามัคคี สามัคคี สามัคคี
เป็นคำดีที่มีค่าอันยิ่งใหญ่
ต้องเรียกหากันอีกนานสักเท่าไร
จึงพบได้จริงจังสมหวังกัน..

...........................
๒๐  ตุลาคม  ๒๕๕๙

วันพฤหัสบดีที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2559

สับสน หรือสืบสาน ?


สับสน หรือสืบสาน ?

.................................

เขาโชว์ป้ายปกปิดความงามบ้าน
ปกปิดงานอันเรืองรองเพียงครองชื่อ
เขาคิดหาเสน่ห์หมายให้ร่ำลือ
ใช่คิดถือว่างานนี้มีค่างาม

เขาโชว์ป้ายได้หน้ามากันครบ
ป้ายก็กลบทุกภาพไปไม่ต้องถาม
ว่าเขาได้เสน่ห์แล้วเพริศแพรวความ
แต่หยันหยามประเพณีมิคนึง

เขาโชว์ป้ายบอกความ งดงามหรือ
เขาร่วมมือรักษางานให้เป็นหนึ่ง
เขาหวงแหนเคหาอันตราตรึง
หรือเขาทึ้งคุณค่างานเพื่อชื่อตน

เขาโชว์ป้ายบดบังขบวนแห่
เขารักแท้ประเพณีที่ค่าล้น
เขาร่วมมือประกวดภาพถ่ายภาพผู้คน
เขาสับสนหรือสืบสานงานประเพณี

..................................
๑๓  ตุลาคม  ๒๕๕๙

วันพุธที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2559

แยก..?



แยก..?

..............

แยกขยะกันให้ชัดจัดให้หน่อย
อย่าได้ปล่อยให้ทุกที่มีปัญหา
ใช้ถุงใสเลิกถุงดำจำติดตา
เพื่อรู้ว่าถุงอะไรใส่อย่างนั้น

งานดีดีมีค่ามีความหมาย
น่าเสียดายถ้าเป็นเมืองที่ต่ำชั้น
มีขยะรกไปทั่วเขาว่ากัน
มาสร้างสรรค์กันสักทีดีไหมเอย

.......................

วันอังคารที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2559

สืบต่อ ?.


สืบต่อ ?.

.............

เมื่อแสงไฟวูบวาบขนาบถนน
เป็นเหตุผลบอกว่ามีงานใหญ่
เป็นสีสันหลากสีศิวิไล
แต่งแต้มไฟจนตื่นตาประดับงาน

มีรถวิ่งโฆษณาประกาศชัด
วิ่งบอกกำหนดนัดไปถึงบ้าน
มีรายการวิทยุสืบตำนาน
ป้ายใหญ่วางทุกย่านชุมนุมชน

รูปแบบการจัดงานยังไม่เปลี่ยน
หมุนเวียนกี่ปีมิสับสน
กรรมการกำหนดนัดประชุมชน
ร้านค้าล้นขายของต้องจองกัน

อยากเห็นวิถีชีวิต
เรืองรองฤทธิ์การฟื้นฟูอย่างสร้างสรรค์
อยากเห็นศิลปวัฒนธรรมอันสำคัญ
อยากเห็นการปลุกปั้นเยาวชน

เพื่อสืบทอดยอดงานอันยิ่งใหญ่
ให้ขจร ขจายไป ทุกแห่งหน
รักษาประเพณีมิ่งมงคล
สืบต่อจนชั่วฟ้าดินสลาย..

.............................
๑๑  ตุลาคม  ๒๕๕๙




ล้านลิ้น..



ล้านลิ้น..

..................

โขดเขาล้อมอ้อมน้ำมาลงอ่าว
เมฆสกาวพราวแพรวประดับฝัน
เรือประมงเรียงรายรอแรมจันทร์
รอตะวันลับเหลี่ยมเขาค่อยออกไป

จอดพักเติมเสบียงเติมน้ำแข็ง
พร้อมแกร่งกับคลื่นกล้ามิหวั่นไหว
พักคนออมแรงเดินทางไกล
ออกสู่ทะเลใหญ่ในค่ำคืน

ชีวิตชาวประมงยังคงมั่น
บากบั่นอดทนแม้หม่นฝืน
เปล่าเปลี่ยวเดียวดายหลายวันคืน
ผจญคลื่นทะเลใหญ่เพื่อหากิน

ค่ำคืนกรำงานที่แสนหนัก
หาญหักเสี่ยงภัยทุ่มใจสิ้น
เสียสละเพื่ออาหารในแผ่นดิน
เพื่อล้านลิ้นที่รอคอยอย่างตั้งใจ

.............................
๑๑  ตุลาคม  ๒๕๕๙

วันอาทิตย์ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2559

โลกมันเปลี่ยน

โลกมันเปลี่ยน

......................

บนทางใหญ่ได้เห็นรถแห่งยุค
พอปลอบปลุกให้แปลกไปได้สีสัน
บนทางเท้าเห็นสาวใหญ่หาบของกัน
กระจาดมันหายไปใช้อื่นแทน

ก็ยังพอปรับไปเป็นประโยชน์
เดินเดี่ยวมาโดดยังมั่นแม่น
หมดป่าหมดไม้หวายขาดแคลน
ตะกร้าแขวนลวดคล้องหาบคอนมา

โลกเปลี่ยนให้แปลกไม่แยกยับ
ตะวันระยับแสงส่องสว่างจ้า
เช้าชื่นตื่นพบประสบมา
เก็บภาพตรึงตาประทับใจ..

.........................


ประเทือง เอมเจริญ


ประเทือง  เอมเจริญ

.........................

จากหยดสีเพียงหยดกำหนดภาพ
เชื่อมเส้นราบเส้นดิ่งอิงใจฝัน
เป็นภาพงามตามค่าขึ้นมาพลัน
สื่อบอกชั้นศิลปินจินตนาการ

ทุกภาพงามยามนี้มีบ้านอยู่
ให้คนดูความฝันอันสุขศานต์
สื่อสังคมชีวิตจิตวิญญาณ
ที่บ้านประเทือง เอมเจริญ

รวบรวมความเป็นจริงแห่งยุคสมัย
สร้างสีสันอันยิ่งใหญ่ให้สรรเสริญ
ปลุกชีวิตจิตตื่นชื่นชมเพลิน
ศิลปินประเทือง เอมเจริญ ผู้เกรียงไกร

แปดสิบเอ็ดปีวิถีชีวิตมั่น
รังสรรค์ศิลปะดั่งที่ใฝ่
เรียนรู้ทุกสิ่งสืบสานใจ
เป็นครูผู้ยิ่งใหญ่ในงานศิลป์

จากคนธรรมดาประถมสี่
เป็นกวี จิตรกร ขจรถิ่น
ผลงานมากค่าคู่แผ่นดิน
ศิลปินแห่งชาติ นามประเทือง..

..............................
กฤษณะ  ฉายากุล
๘  ตุลาคม  ๒๕๕๙

วันเสาร์ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2559

ชีวิตเรา..


ชีวิตเรา..

..................

วิถีบ้านเรือนไม้ในถนน
มากมายล้นหลากค่าตรึงตราหวัง
อยากได้เห็นการรักษาอย่างจริงจัง
ให้อยู่ยั่งยืนไปได้ชื่นชม

สถาปัตยกรรมแบบหลังสวน
ยังเย้ายวนชีวิตจิตสุขสม
ยังอยู่ดีมีค่าควรนิยม
ยังห่อห่มชีวิตคนสืบต่อมา

เป็นต้นแบบเรือนไม้ให้ได้เห็น
ประดับเด่นทั้งถนนให้ศึกษา
เป็นมิ่งเมืองอย่างโบราณตระการตา
ชีวิตค้าขายสารพันยังจรรโลง

วิถีบ้านเรือนไม้เสน่ห์น้อม
ทั้งเมืองพร้อมยินดีใจปลอดโปร่ง
พร้อมต้อนรับอาคันตุกะชมเรือนโรง
ตลอดโล่งทุกเส้นสายชีวิตเรา..

..........................
๘  ตุลาคม  ๒๕๕๙

วันพุธที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2559

ตะแกรง


ตะแกรง..

...................

ตะแกรง ใช้ร่อนแป้ง  ทำขนม
แป ขื่อ กฎ นิยม    อยู่ถ้วน
บ้าน จึ่งอยู่ไม่ล้ม  ทลายแหลก
รักชาติ บอกอย่าบ้วน  เสลดแล้วเลียคืน

.....................