แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ลำนำ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ลำนำ แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2559

ผ่าน..


ผ่าน..

..............

ผ่านเวลาผ่านเลยจนเกยข้าม
ทุกสิ่งความมิย้อนไปให้ปรารถนา
ผ่านไปแล้วแม้นแววใสในอุรา
มิอาจล่ากลับมาใหม่ให้ชื่นชม

ผ่านเวลาผ่านปีที่ครวญคิด
ผ่านชีวิตผ่านวิกฤตที่ขื่นขม
ผ่านความทุกข์ยากไร้ให้ตรอมตรม
ทุกอย่างจมกับเวลาที่ผ่านไป

มองหนทางข้างหน้าอย่าวิตก
ถึงแม้รกก็ฝ่าฟันมิหวั่นไหว
ถึงแม้โหดจะโลดแล่นมั่นแม่นใจ
จักก้าวไปข้างหน้าอย่างท้าทาย

สู้ต่อไปในวิถีมิท้อแท้
สู้แน่วแน่แต่วันนี้ไม่มีสาย
สู้จนถึงเส้นชัยในบั้นปลาย
มิเหนื่อยหน่ายไม่สับสนจนได้ชัย

............................
๑  มกราคม  ๒๕๖๐

วันอาทิตย์ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2559

คิดถึง..


คิดถึง..

.............

สวัสดีเพื่อนมิตรที่คิดถึง
เป็นช่วงหนึ่งมิได้เขียนถ้อยคำไหน
เพราะจากบ้านจากเรือนเดินทางไกล
เข้าเมืองใหญ่กรุงเทพมหานคร

ทำหน้าที่การงานที่รับมอบ
จึงเขียนตอบความไว้ให้รู้ก่อน
ว่ามิได้จากไปให้อาวรณ์
มิเขียนกลอนใดใดให้อ่านเลย

เสร็จภาระจะต้องเดินทางกลับ
หลายวันนับเวลาหวังจักเฉลย
กลับมาเขียนคำวางไว้อย่างเคย
เปิดคำเปรยความรู้สึกส่งบอกมา

จะคิดถึงเพื่อนมิตรติดตามอยู่
บอกให้รู้ว่าปีใหม่ให้ก้าวหน้า
ให้มีสุขตลอดศกไม่โศกา
ให้เงินมาทองมากมีทั้งปีเอย..

.................................
๒๓  ธันวาคม  ๒๕๕๙

วันจันทร์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

ขนมครก..


ขนมครก..

..................

ขนมครกเมืองหลังสวนยังหวลหอม
กระทิแป้งน้ำตาลพร้อมหยอดใส่หลุม
ปิดฝาอบ อวลไฟให้ร้อนรุม
สุกเนื้อนุ่มนอกกรอบชอบชื่นใจ

ทุกทุกเช้าเจ้าของร้านทำงานหนัก
ยืนคอยตักขนมครกที่สุกใหม่
ลงกระทงใบตองส่งเรื่อยไป
น้ำตาลทรายเติมไว้ในกระทง

ขายมานานหลายปีจนมีชื่อ
คนมาซื้อจำได้ดีมิลืมหลง
ขนมครกพี่น้อยยังยืนยง
ราคาคงเท่านี้มิเปลี่ยนแปลง

สิบบาทก็อิ่มได้และอร่อย
ยิ้มพี่น้อยด้วยไมตรีมิต้องแต่ง
ขายขนมไทยไทยทำด้วยแรง
แม้เมื่อยแข้งก็ยังยิ้มอิ่มเอมใจ..

.......................................
๒๙  พฤศจิกายน  ๒๕๕๙




วันอาทิตย์ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

เมืองฝัน..


เมืองฝัน..

.................

เมื่อเห็นจันทร์เกี่ยวนภาตอนฟ้าสาง
จึงเก็บภาพมาวางไว้ให้เห็น
เช้าที่ฟ้าสีครามงามเย็นเย็น
เรือนไม้เด่นของเมืองยังเรืองรอง

แสงไฟฟ้ายังส่องสว่างอยู่
บ้านเมืองดูเรียงรายน่าเที่ยวท่อง
บางช่วงยามรถปลอดทอดตามอง
แต่ละห้องคูหาช่างงดงาม

ชีวิตเช้ายามนี้ ดูสงบ
เหมือนไม่พบผู้คนจนอยากถาม
ว่าคนเขาไปไหนให้ได้ความ
ไม่อยากข้ามความนี้ขอชี้แจง

ผู้คนยังไปมาไม่มากนัก
บ้างออกตักบาตรอยู่ก็หลายแห่ง
บ้างจับจ่ายขายของร้านข้าวแกง
บ้างจัดแต่งร้านค้าประจำวัน

บ้างสัญจรไปมาไปตลาด
พระเดินบาตรเป็นภาพแห่งความฝัน
เป็นอย่างนี้ที่หลังสวนทุกทุกวัน
ทุกเช้านั้นเมืองฝันช่างงดงาม..

........................
๒๗  พฤศจิกายน ๒๕๕๙


วันพุธที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

เงาแห่งความทุกข์ยาก..


เงาแห่งความทุกข์ยาก..

...................................

เมื่อค่ำคืนเห็นเงาเยาวชน
ในสภาพหมองหม่นในเมืองฝัน
สองพี่น้องนั่งคุยเล่นด้วยกัน
แววตานั้นบอกได้ว่าอิดโรย

อดไม่ได้ต้องถามว่าไปไหน
ทานข้าวแล้วหรือไม่หรือหิวโหย
มืดค่ำแล้วไม่กลับบ้านเดี๋ยวถูกโบย
ถามคำโดยเป็นห่วงเยาวชน

ความลำบากยากแค้นยังได้เห็น
ความลำเค็ญในสังคมยังจมหม่น
ความเดือดร้อนทุกข์ยากที่ต้องทน
อีกเมื่อใดจึงจะพ้นทรมาน

การแบ่งปันเป็นหนทางหนทางหนึ่ง
ที่เราพึงร่วมคิดร่วมประสาน
ร่วมแก้ไขความหิวโหยให้อันตรธาน
ให้พ้นผ่านความทุกข์ยากกันสักที

จะต้องตอบสนองกับปัญหา
ด้วยเงินตราประชารัฐกันหรือนี่
ตอบแทนกันเรื่อยไปอีกกี่ปี
จนสุขีเกิดมีในแผ่นดิน

............................
๒๓  พฤศจิกายน  ๒๕๕๙

หมายเหตุ...บทร้อยกรองนี้เขียนขึ้นจากเรื่องจริงที่พบเห็น
                   และหาใช่จะวิจารณ์นโยบายอะไรของรัฐ
                   หากมีความหวัง ความตั้งใจว่า  จะได้เห็นหนทางในการแก้ไขปัญหา
                   ความทุกข์ยากของประชาชนอย่างยั่งยืน จนสามารถยืนบนลำแข้งของตนเองได้จริงๆ

วันอังคารที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

ไม่หยุดอยู่..


ไม่หยุดอยู่..

....................

ก่อนราตรีคลี่คลุมครอบทั้งฟ้า
ตะวันลาลับลงยังส่งแสง
ส่งประกายแกร่งกล้าสื่อสำแดง
สะท้อนแต่งนภาจนงดงาม

เงาภูผาหยอกเย้าเคล้าคลอเมฆ
เป็นมนตร์เสกแสงสูรย์จนอร่าม
ธรรมชาติยามเย็นชั่วครู่ยาม
มิอาจห้ามหยุดเวลาให้ตราไว้

แต่ละวันเวลามิคงที่
วินาทีที่หมุนเวียนเปลี่ยนไปใหม่
ภาพไม่เหมือนภาพแรก ให้แปลกใจ
การเคลื่อนไหว มิหยุดนิ่งตลอดเวลา

อนิจจัง ต้องเปลี่ยนไป ไม่หยุดอยู่
ความงดงาม เพราะจิตรู้มาตอบค่า
การเปลี่ยนแปลงตอบจิตด้วยปัญญา
เปลี่ยนจนกว่าสิ้นสลายไปตามกาล..

..................................
๒๒  พฤศจิกายน  ๒๕๕๙



วันศุกร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

เรื่องเล่า..



เรื่องเล่า..

......................

เมืองหลังสวนยามสายัณห์ตะวันแพร้ว
ก่อนลับแววยังวาวเพริศพราวฟ้า
ส่องสะท้อนแสงสีทองอร่ามตา
ห้องเคหาจึงงดงามไปตามกัน

แนวถนนหลังสวนที่มองเห็น
บ้านเรือนเด่นขนานไปให้สีสัน
บ้างเรือนไม้ บ้างเป็นตึก บ้างสำคัญ
เพราะผูกพันประวัติเมืองครั้งโบราณ

บ้างเคยเป็นสุขศาลารักษาไข้
ถูกรื้อไปสร้างเป็นตึกหลายปีผ่าน
สโมสรเมืองก็เหลือแต่ตำนาน
บ้างเป็นร้านเคยขายขนมจีน

ลำนำเมืองเรื่องเก่าเล่าไม่หมด
บันทึกจดถ้อยไว้ไม่จบสิ้น
เล่าเป็นตอนให้ติดตามเรื่องของกิน
เรื่องท้องถิ่นหลังสวนมีมากมาย

............................



วันพฤหัสบดีที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

เก็บงาม..


เก็บงาม..

..............

ระบบรางวางเด่นให้เห็นชัด
มิข้องขัดขนานไปในทุกถิ่น
แข่งขันการจราจรกับเครื่องบิน
ใจถวิลอยากเห็นการพัฒนา

อยากเห็นการขนส่งทันสมัย
เป็นรถไฟความเร็วสูงที่ก้าวหน้า
วิ่งผ่านเมืองผ่านชุมชนผ่านท้องนา
แข่งเวลากับอาทิตย์ไปทุกวัน

ป้ายบอกเมืองบอกชัดว่าที่ไหน
เราฝันใฝ่อยากเห็นการสร้างสรรค์
อนุรักษ์รักษาความสำคัญ
ความเป็นเมืองที่ผ่านนั้นตลอดไป

พัฒนาควบคู่อนุรักษ์
ให้ประจักษ์รากเหง้าความยิ่งใหญ่
ดั่งอาทิตย์เคยงามเคยอำไพ
เก็บงามไว้ได้ชิดชื่นตลอดกาล..

............................

วันพุธที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

ธรรมชาติ


ธรรมชาติ..

.......................

ใบไม้หล่นบนลานเพราะลมปลิด
กิ่งหักโค่นลงชิดกับโคนต้น
ธรรมชาติลมแรงมิทานทน
จึงเป็นผลให้เห็นในทันใด

สายน้ำเชี่ยวเกลียวน้ำที่หมุนปั่น
พาทุกสิ่งสะบั้นแม้ยิ่งใหญ่
แรงน้ำเซาะแผ่นดินทลายไป
สิ่งไหนไหนน้ำก็ซัดลงทะเล

ชีวิตคนย่างก้าวจนเฒ่าแก่
จากอ้อแอ้เป็นทารกให้กล่อมเห่
การเปลี่ยนแปลงเปลี่ยนไปเกินคะเน
จนสุดท้ายมิหันเห ต้องจากไป

ธรรมชาติยั่งยืนเป็นที่สุด
จะยื้อยุดฉุดกระชากไปที่ไหน
จบที่หยุดแยกสลายตามกลไก
ธาตุดินน้ำลมไฟเป็นธรรมดา

........................
๑๖  พฤศจิกายน  ๒๕๕๙

อาทิตย์อัสดงที่หลังสวน.


อาทิตย์อัสดงที่หลังสวน..

...............................................

เมืองเล็กเล็กเมืองหนึ่งอันตรึงจิต
มีอาทิตย์อัสดงลงตรงนี้
สาดแสงส่องท้องฟ้าก่อนราตรี
เบ่งบารมีอันงดงามให้ตามดู

เป็นสีทองส่องสาดสว่างวาบ
ก่อนจะราบจมไปไม่หยุดอยู่
แสงเรืองรองจับจิตให้ชิดชู
เพียงสักครู่จะมืดไปให้ใจคนึง

อาคารโรงโถงค้าที่ปรากฏ
ตลาดสดเทศบาลอยู่ด้านหนึ่ง
รถราจอแจ เกินรำพึง
ภาพนี้จึงรกรถมาบดบัง

อาคารพาณิชย์เรียงรายไปโดยรอบ
คอยค้ากอบเงินทองทั้งสองฝั่ง
มากมายการค้าทำจริงจัง
เป็นความหวังว่าเมืองจะพัฒนา

อาทิตย์อัสดงอันโดดเด่น
แม้จะเร้นลงไปจนไร้ค่า
รอวันใหม่รอแสงจะกลับมา
มาเตือนตาให้ยินดีกันอีกคราว..

.............................
๑๖  พฤศจิกายน  ๒๕๕๙



วันอังคารที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

อยากเก็บปุยเมฆขาว..


อยากเก็บปุยเมฆขาว..

................................

อยากเก็บปุยเมฆขาวที่พราวฟ้า
ประดับนภาให้งดงามทุกยามฝัน
ไม่อยากให้เมฆล่องลอยจากไปพลัน
และอยากเก็บแสงตะวันไว้คงเดิม

อยากให้สิ่งกีดขวางที่กางกั้น
ไม่เกะกะให้ภาพฝันมีค่าเพิ่ม
อยากให้ไม้เขึยวครึ้มแต้มดอกเติม
อยากให้เริ่มปรับภูมิทัศน์ร่วมจัดการ

อยากให้หญ้าเขียวสวยตอบฟ้าใส
มีไม้ดอกแซมไว้งามทุกด้าน
ประชาชนชมชื่นร่วมทำงาน
เพื่อแต่งบ้านของเราให้งดงาม

อยากเก็บปุยเมฆขาวทุกคราวเห็น
บันทึกเป็นภาพต้องมองไม่เมินข้าม
เป็นบันทึกเมืองหลังสวนแต่ละยาม
อันงดงามตามเวลาแต่ละคราว..

..................................
๑๕  พฤศจิกายน  ๒๕๕๙

วันเสาร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

รักษาป่า และภูเขา..

รักษาป่า และภูเขา..

...........................

ขุดดินเขาเอาไปจนไร้เขา
ช่างน่าเศร้าเอาไปขายรายได้เพิ่ม
ธรรมชาติหดหายไม่เหมือนเดิม
เอาเงินเติม กี่ล้านล้าน เขาไม่คืน

ป่าหดหายปลูกไม้ทดแทนเสริม
ไม้ก็เพิ่มกลับเป็นป่าพาให้ชื่น
เขาหดหาย คนทำลายมิอาจคืน
ต้องข่มขื่นทุกวันคืนว่า "เสียดาย"

ปลุกสำนึกให้ทั้งรักป่าและเขา
หากเหลือเงาเขาและป่าบ่นว่าสาย
โลกคงวุ่นทรัพยากรแหลกมลาย
ยังผลร้ายให้ทุกคนรับผลกรรม

ตื่นสำนึกกันหรือไม่ยังไม่รู้
หากเหลียวดูไปรอบข้างพบแต่ช้ำ
ถึงเวลาต้องรวมใจร่วมกันทำ
ทุกวันย้ำ รักษาป่า และภูเขา

..................................
๑๓  พฤศจิกายน  ๒๕๕๙

ลองทายมา..


ลองทายมา..

....................

ประชานิยมมิขมใจไม่แปร่งแปลก
ไม่ค้านแหลกไม่ว่าโกงไม่โยงอื่น
ไม่เป็นไรให้ทำได้อย่างยั่งยืน
ถึงแม้ฝืนความรู้สึกไม่เป็นไร

ประชานิยมเปลี่ยนเป็นประชารัฐ
ถึงแม้จัดถ้อยคำมาอย่างไหน
มันก็มีความหมายเดียวเข็ดเคี่ยวใจ
เพียงเปลี่ยนไปแต่ถ้อยคำทำเหมือนเดิม

จำนำข้าว จำนำยุ้งฉาง ไม่ต่างค่า
เพียงราคาข้าวที่หายให้ค่าเสริม
ใครคนได้ใครเสียหายมากกว่าเดิม
ใครคนเริ่มแก้ปัญหาของชาวนา

ประชานิยม ประชารัฐ นัดประกวด
เอามาอวดผลงานในวันหน้า
อย่างไหนดี อย่างไหนร้าย ลองทายมา
หรือเห็นว่า ทั้งสองอย่าง ไม่มีดี..

..........................
๑๓  พฤศจิกายน  ๒๕๕๙

วันศุกร์ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

เมื่อใด..

เมื่อใด..

.................

วิจิตรงามตามนี้มีค่าไหม
บ้านเรือนไม้ที่หลังสวนเย้ายวนฝัน
เรือนโบราณมากค่าเสื่อมทุกวัน
ซึ่งลดค่าความสำคัญคุณค่าเรือน

ลวดลายฉลุปรุไม้ประดับแต่ง
จนเรือนแกร่งพริ้งไปที่ใดเหมือน
สะดุดตาอาคันตุกะผู้มาเยือน
เมื่อรอยเคลื่อนลวดลายหายเสียดายทำไม

เมื่อใดหนอจะได้เห็นหน่วยงานรัฐ
ธุระจัดประสานงานเป็นการใหญ่
อนุรักษ์ส่งเสริมเติมน้ำใจ
จนทุกบ้านเรือนไม้อยู่ยั่งยืน

รอเจ้าของบ้านทุกหลังพลังร่วม
เป็นแรงรวมร่วมใจปลุกให้ฟื้น
บูรณะ ซ่อมบ้าน ทุกวันคืน
จนเมืองชื่นคนชมอุดมยินดี

.......................
๑๒  พฤศจิกายน  ๒๕๕๙



วันพฤหัสบดีที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

ชุมพรยามเย็น..


ชุมพรยามเย็น..

.........................

ยามสายัณห์ทันเวลาได้เห็นภาพ
นภาอาบอิ่มแสงอันสดใส
ทาบทอเมฆเสกสั่งก่อนลับไป
จนเวิ้งฟ้าเพริศไสวในบันดล

เห็นตึกสูงตระหง่านแท่งสี่เหลี่ยม
เคยเยือนเยี่ยมยังโดดเด่นเป็นล้นพ้น
ชุมพรแกรนด์พาเลซ กลางมณฑล
ยังเข้มข้นและงดงามตามเวลา

ธรรมชาติยามเย็น ฟ้าเล่นแสง
อาทิตย์แกล้งแสงสะท้อนทั้งราวฟ้า
เป็นภาพงามยามหนึ่งให้ตรึงตา
ปรารถนาก็ได้พบจนพึงใจ..

......................
๑๑  พฤศจิกายน  ๒๕๕๙

ประกาศ..


ประกาศ..

................

ภาพยามเช้าย่านนี้มีบ้านเด่น
ตกแต่งเป็นร้านค้าทันสมัย
บ้านเรือนไม้จำหน่ายรถมอเตอร์ไซด์
ปรับปรุงได้คงค่าและงดงาม

บริษัท ฮอนด้าชุมพร จำกัด
ป้ายบอกชัด ชื่อนี้มิควรข้าม
เพราะเห็นค่าบ้านเรือนไม้ทุกนิยาม
จึงคงความมีคุณต่อบ้านเมือง

เปิดทำการตามเวลาสง่านัก
ปกปักสถาปัตยกรรมอันฟุ้งเฟื่อง
บ้านหลังนี้มีประวัติอันประเทือง
เป็นร้านกาแฟประจำเมืองมายาวนาน

ชื่นชมความตั้งใจอนุรักษ์
จนบ้านนี้เป็นหลักงามทุกด้าน
สถาปัตยกรรมบ้านเรือนไม้อันตระการ
จึงสืบสานให้ถวิลให้ยินดี..

...........................
๑๑ พฤศจิกายน  ๒๕๕๙




วันพุธที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

ศิลปกรรมธรรมชาติ..


ศิลปกรรมธรรมชาติ..

................................

ศิลปกรรมธรรมชาติพิลาศเหลือ
แสงส่องอรุณเชื้อเป็นเนื้อฝัน
เมฆหมอกมะพร้าวประกอบกัน
แสงไฟให้สีสันจนงดงาม

ช่วงเวลาสำคัญหากทันเห็น
พริบตาเต้นเปลี่ยนไปอย่าได้ห้าม
มิหยุดอยู่อย่างนี้ตลอดยาม
มิอาจตามเก็บมาให้ได้ยล

จังหวะและโอกาส
หากว่าพลาดก็เสียดายให้ต้องบ่น
ธรรมชาติงดงามตรึงกมล
จอดรถยนต์ถ่ายภาพนี้มาให้ดู

...........................
๑๐  พฤศจิกายน  ๒๕๕๙

ศรัทธา..


ศรัทธา..

............

อากาศเย็นสบายสบาย สงบ ง่ายๆกับวิถีชีวิตของเมือง
ผู้คนยังบางตา รถราก็ไม่พลุกพล่าน

แสงแดดส่องให้เห็นบ้านเรือนที่ตั้งเด่นอยู่เป็นแถวในถนนหลังสวน
ทุกเช้า จะเห็นวัตรปฏิบัติของพระภิกษุสงฆ์  สามเณรที่เมืองนี้ออกบิณฑบาตร โปรดธรรมให้กับผู้คน

ศรัทธาแห่งพุทธศาสนายังแก่กล้า มั่นคง
เสริมส่งให้ภิกษุสงฆ์ สามเณร ได้ศึกษาเล่าเรียน บำเพ็ญเพียร
เพื่อนำหลักสัจธรรมแห่งชีวิตมาเผยแผ่ขยายผลให้ผู้คนได้เรียนรู้เข้าใจ
นำเอาไปเป็นหลักชัยในการดำเนินชีวิต ต่อสู้กับอุปสรรคปัญหานานัปการต่อไป

ชีวิตเช้ากำลังเริ่มต้น ด้วยวิถีแห่งธรรม
การให้  ดำรงอยู่ เพื่อทุกชีวิต
สดสวย งดงาม..

...........................
๙  พฤศจิกายน  ๒๕๕๙


ไม่ไยดี..


ไม่ไยดี..

................

อลังการบ้านเรือนไม้ให้ได้เห็น
ตลอดเส้นถนนเมืองหลังสวน
อากาศดีแสงดีงามพอควร
เป็นภาพชวนให้ทุกคนมาเยี่ยมเยือน

ตะวันงามยามเย็นเป็นนิมิต
แสงสถิตส่องสาดไม่คลาดเคลื่อน
ได้เห็นภาพอลังการของบ้านเรือน
ประดับเกลื่อนแถวถนนจนลานตา

สองฟากถนนมีชีวิต
มิได้ปิดตลอดไปให้ไร้ค่า
มีร้านโรงค้าขายตลอดมา
คนซื้อขายสินค้าตลอดวัน

สถาปัตยกรรมเรือนไม้เมืองหลังสวน
ศิลปกรรมล้วนล้วนที่สร้างสรรค์
คู่กับเมืองแต่โบราณอย่างสำคัญ
แต่รัฐนั้นไม่สนใจไม่ไยดี..

.........................
๙  พฤศจิกายน  ๒๕๕๙


วันอังคารที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

ฝน..


ฝน..

...........

มิทันดึกดาวเดือนถูกเกลื่อนกลบ
ฝนพราวลบเงาจันทร์มิทันอ้อน
ดาวก็ดับลับลาทิฆัมพร
จำใจนอนฟังฝนหล่นหลังคา

มิมีเสียงอื่นใดในค่ำนี้
เสียงโกรกกรากเป็นดนตรีที่เปี่ยมค่า
ไม่มีจิ้งหรีดร้องประสานมา
มีเสียงฟ้าคะนองเป็นคราวคราว

เสียงฟ้าคำรามคะนองนัก
ทายทักถามคำจากห้วงหาว
เตือนว่าฝนหนนี้คงมิยาว
และลมหนาวจะมาในเร็ววัน

เสียงฟ้าลั่นนั้นก้องน่าเกรงกริ่ง
จำใจทิ้งลำนำที่จำปั้น
เกรงว่าฟ้าพิโรธจะลงทัณฑ์
ให้สะบั้นทุกสิ่งไปทันใด

จบลำนำคำว่าฝน
ฟ้ายังหม่นมืดมิดสนิทไฉน
แสงฟ้าแลบแปล๊บปล๊าบกระจ่างไป
ชั่วแวบไฟก็ตื่นใจต้องหยุดคำ

.......................

๘  พฤศจิกายน  ๒๕๕๙