แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การเมือง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การเมือง แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

ลองทายมา..


ลองทายมา..

....................

ประชานิยมมิขมใจไม่แปร่งแปลก
ไม่ค้านแหลกไม่ว่าโกงไม่โยงอื่น
ไม่เป็นไรให้ทำได้อย่างยั่งยืน
ถึงแม้ฝืนความรู้สึกไม่เป็นไร

ประชานิยมเปลี่ยนเป็นประชารัฐ
ถึงแม้จัดถ้อยคำมาอย่างไหน
มันก็มีความหมายเดียวเข็ดเคี่ยวใจ
เพียงเปลี่ยนไปแต่ถ้อยคำทำเหมือนเดิม

จำนำข้าว จำนำยุ้งฉาง ไม่ต่างค่า
เพียงราคาข้าวที่หายให้ค่าเสริม
ใครคนได้ใครเสียหายมากกว่าเดิม
ใครคนเริ่มแก้ปัญหาของชาวนา

ประชานิยม ประชารัฐ นัดประกวด
เอามาอวดผลงานในวันหน้า
อย่างไหนดี อย่างไหนร้าย ลองทายมา
หรือเห็นว่า ทั้งสองอย่าง ไม่มีดี..

..........................
๑๓  พฤศจิกายน  ๒๕๕๙

วันอาทิตย์ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

ปริศนา


ปริศนา..

.................

เมื่อปี่กลองฆ้องรัวเปิดครัวเด็ด
ข้าวกี่เม็ดก็มีค่าให้หาเสียง
ไม่ต้องชั่งตั้งขายให้ลำเอียง
การถกเถียงก็เกิดขึ้นในบันดล

ทุกฝ่ายข้างร่างคำในสำนึก
ให้โหมฮึกคึกคะนองป้องปากก่น
ขุดอดีตกรีดคำร่ายรำมนต์
ทับถมจนอีกฝ่ายต้องพ่ายแพ้

เขาเห็นเพียงเม็ดข้าวที่พราวค่า
ในมรรคาการเมืองมากคำแถ
เขาไม่เห็นว่าชาวนาถูกรังแก
ไม่เห็นแม้ความทุกข์ที่ปลุกเมือง

อีกกี่กาลบ้านเมืองนี้จะมีสุข
ข้าวเหลืองสุกมีค่าราคาเฟื่อง
จนชาวนามีเงินใช้ไม่ฝืดเคือง
เมื่อใดเรื่องข้าวพ้นความหม่นหมอง

สามัคคีความคิดผิดหรือถูก
มาร่วมปลูกเหตุผลความถูกต้อง
มาร่วมคิดปริศนาหาปรองดอง
ในครรลองการมองข้าวอย่างเป็นธรรม..

........................
๖  พฤศจิกายน  ๒๕๕๙

วันศุกร์ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

รู้จักรอ


รู้จักรอ
............


การไม่รู้จักรอ  เป็นปัญหา และ เป็นวิกฤตการเมืองไทย
การช่วงชิง และการใช้ความรุนแรง จึงเกิดขึ้น
ทำลายความสามารถ และศักยภาพของประเทศ

การก้าวข้ามความขัดแย้ง คือต้องยอมรับในกติกาที่เป็นสากล
อย่าบิดเบือน  เบี่ยงเบน

และต้องไม่สร้างกติกาปลอมๆ เทียมๆ
ที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง
ที่ไม่เป็นสากลขึ้นมาเพิ่มความขัดแย้ง
โดยหลงเข้าใขผิดว่าจะสร้างความปรองดองได้

การรู้จักรอ  การไม่ใช้ความรุนแรง ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม
การยอมรับมติของประชาชน และมีวินัยอย่างเคร่งครัดในทางการเมือง

เป็นทางรอดของประเทศ และประชาชน


คนแพ้  ก็ต้องกระทำและนำเสนอสิ่งดี  คนดีๆ ความคิดดีๆ และนโยบายดีๆ
ให้คนมีสิทธิเลือกตั้งเลือกในการเลือกตั้งครั้งต่อไป

การควบคุมบริหารงานรัฐบาลของผู้ที่ชนะเลือกตั้งเป็นรัฐบาล
ผู้แพ้ก็ต้องกระทำด้วยความสามารถ ด้วยวินัย ตามหลักการสากล
ทำงานอย่างนี้ให้ผู้คนเห็นว่า
ฝ่ายผู้ที่แพ้การเลือกตั้งนั้น มีคุณค่ากว่า
การเลือกตั้งครั้งคราวต่อไปก็จะชนะเลือกตั้งได้

การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นได้เสมอ


..........................

วันอังคารที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2559

แทรก..


แทรก..

..........

การเรียกร้องประชาธิปไตยไยได้ศพ
จนเลือดกลบร่องรอยความใฝ่ฝัน
ผ่านเวลาอันขมขื่นกล้ำกลืนกัน
ผ่านคืนวันมาแรมปีสิบสี่ตุลา

ตุลาคมจมปีกี่ปีแล้ว
มิเห็นแววแว่วหวานตำนานกล้า
มิเห็นวรรคทองท่องของประชา
มีแต่รอยนภาที่มืดดำ

ฤา อาทิตย์สีแดงกลั่นแกล้งโลก
ให้ต้องโศกกับสงครามทุกยามย่ำ
ให้ต้องรอค้นหาความเป็นธรรม
ให้ชอกช้ำเพราะประชาธิปไตย

การเรียกร้องการเลือกตั้งยังเรียกหา
เรียกร้องนายกรัฐมนตรีที่ฝันใฝ่
ต้องได้รับการเลือกตั้งไว้วางใจ
กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญประชาชน

การเรียกร้องประชาธิปไตยทำไมห้าม
ในนิยามที่บิดเบือนจนเถื่อนล้น
ประชาธิปไตยยังงดงามตามใจคน
แทรกวิถีที่หมองหม่นจนเติบโต..

................................
๑๑  ตุลาคม  ๒๕๕๘

หมายเหตุ.. บทร้อยกรองนี้เขียนเมื่อวันที่ ๑๑  ตุลาคม  ๒๕๕๘
                   แม้เหตุการณ์จะผ่านมาหนึ่งปี
                   แต่บทร้อยกรองนี้ยังต้องแทรกไว้ให้ได้เห็นความเติบโตของประชาธิปไตยในใจคน

วันอาทิตย์ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2559

สืบสมัย


สืบสมัย..

.....................

เมื่อสิ้นยุคผ้าขาวม้าแดง
ก็เกริกแกร่งคนอ้างศีลมาเป็นใหญ่
เติบโตสืบทอดอำนาจไป
จนทุกข์ท้นท่วมใจประชาชน

ทุ่งใหญ่นเรศวรปั่นป่วนหนัก
เมื่อหมู่นักศึกษาออกมาก่น
บอกเล่าเรื่องราวสู่สากล
ฉงนซากสัตว์ป่าในเครื่องบิน

นักศึกษาถูกลบชื่อจึงเป็นเหตุ
จนประเทศวุ่นวายเสียหายสิ้น
เผด็จการครอบงำงานแผ่นดิน
ชนถวิลถามหารัฐธรรมนูญ

สิบสามขบถถูกจับ
ยิ่งกลับเรียกคนให้รวมศูนย์
การต่อสู้ครั้งยิ่งใหญ่และไพบูลย์
เกริกเกียรติเกื้อกูลประชาชน

การเรียกร้องประชาธิปไตย
ขับไล่ทุรราษฎร์ทุกถนน
เมืองหลวงจึงเกิดจลาจล
ผู้คนล้มตายสูญหายกัน

เสียงปืนเสียงระเบิดเขาเปิดรบ
กองศพผู้ห้าวหาญวิญญาณสะบั้น
ไทยฆ่าไทยละเลงเลือดล้มลงพลัน
ปืนกลสั่นสาดวิถีกระสุนไป

สิบสี่ตุลาคมสองห้าหนึ่งหก
ผ่านกี่ศกความโศกเศร้าสืบสมัย
ความเจ็บปวดรวดร้าว ความอาลัย
ยังส่งต่อเรื่อยไปไม่รู้ลืม..

............................
๙  ตุลาคม  ๒๕๕๙



๔๐ ปี..


๔๐ ปี..

.............

เหตุการณ์ผ่านนานมากว่าสามรอบ
ยังไม่เห็นคำตอบว่าใครฆ่า
ประชาชนเดือดร้อนสุดคณา
ติดตามหาประชาธิปไตยก็ต้องตาย

ตายเมื่อสี่สิบปีที่ผ่านพ้น
กลางถนนในเมืองหลวงศพก็หาย
เจ็บพิการนานปีทุกข์มิคลาย
คนคิดร้ายยังคิดฆ่ามิรามือ

สี่สิบปีสิบสี่ตุลาฯปีหนึ่งหก
โอ้ นรกกลางเมืองหลวงอันลือชื่อ
สยามเมืองยิ้มยิ้มไม่ออกบอกระบือ
เสียงปืนอื้อควันไฟอวลป่วนทั้งเมือง

สี่สิบปีการเมืองยังไม่เปลี่ยน
ยังหมุนเวียนวกวนไม่เป็นเรื่อง
"รัฐธรรมนูญ" เป็นกฎหมายใช้สิ้นเปลือง
และเป็นเครื่องมือใช้ทำลายกัน

ไม่เห็นความสำคัญประชาราษฎร์
นักการเมืองผูกขาดทางสวรรค์
มีความสุขปลุกกระแสม็อบทุกวัน
เสกคำปั้นสร้างนิยายขายอุดมการณ์

สี่สิบปีสิบสี่ตุลาฯปีห้าหก
ยังปิดปกความจริงสิ่งที่ผ่าน
ยังปล่อยให้การตายเป็นตำนาน
และยังต้านกระแสการเปลี่ยนแปลง

................................
กฤษณะ  ฉายากุล
๙  ตุลาคม  ๒๕๕๖

หมายเหตุ..บทร้อยกรองนี้เขียนขึ้นเมื่อวันที่ ๙  ตุลาคม  ๒๕๕๖
                  เป็นบทบันทึกหนึ่งสะท้อนเหตุการณ์ ๑๔ ตุลาคม  ๒๕๑๖

วันพุธที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2559

คอคอดกระ

          คอคอดกระ..

          ....................................
          ปลุกกระแส สนใจ คอคอดกระ
          โปรดฟังนะ โครงการนี้ โครงการใหญ่
          ยุทธศาสตร์โลก แย่ง ประเทศไทย
          แย่งกอบโกย ทรัพย์สินไป ทุกทุกทาง
         
         
 แย่งอำนาจ ทางทหาร เข้ามายึด
          ไทยหรือฮึด ป้องกัน ได้ทุกอย่าง
          เรือดำน้ำ คิดมีไว้ เตรียมแนวทาง
          ฤาอาจขวาง มหาอำนาจ ผงาดมา
         
          สองแสนไร่ ลุ่มน้ำ ที่ต้องเสีย
          คิดเฉลี่ย ความเสียหาย วันข้างหน้า
          ปัญหาสิ่งแวดล้อม นับคณา
          พรมแดนพม่า ทางทะเล ทำอย่างไร
         
          กัมพูชา เวียตนาม ทางทิศตะวันออก
          หลักแดนตอก มั่นคง ที่ตรงไหน
          สองร้อยไมล์ทะเล กระทบใคร
          ศึกษาหรือไม่ ใครเห็น ช่วยบอกมา
       
          อันดามัน อ่าวไทย ไม่ได้เหมือน
          อย่าคิดเคลื่อน โครงการนี้ ไม่ศึกษา
          บทเรียนโลก สุเอซ ปานามา
          เป็นปุจฉา วิสัชนา ให้ชัดเจน
         
          ๖ ตุลาคม ๒๕๕๘

วันอังคารที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2559

คิดต่าง..

    คิดต่าง...

    ......................

    จะสรรหา ประชาธิปไตย ทำไมเล่า

    เมื่อไม่เข้าใจ อะไร ไร้เหตุผล
    คิดล้างบาง สร้างความเหมือน ไปทุกคน
    เมื่อมวลชน คิดต่าง ไม่วางใจ

    ความแตกต่าง ทางความคิด ใช่ผิดเถื่อน

    จะขับเคลื่อน เดินหน้า หาสิ่งไหน
    การเคารพมติ ที่แตกไป
    เสียงไหนใหญ่ เสียงไหนน้อย ค่อยรับรอง

    เหมือนบทกลอน บทนี้ ที่คิดต่าง

    ใช่คิดสร้างปัญหา ให้หม่นหมอง
    นี่แหละ ประชาธิปไตย ในครรลอง
    ที่จะต้อง พิจารณา และรับฟัง

    จะเห็นด้วย ไม่เห็นด้วย เป็นความเห็น

    ใช่คิดเค้น ให้ยอมรับ ไปทุกครั้ง
    รัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่ ใครจริงจัง
    ใครกลบฝัง ความเลวร้าย น่าอายเอย


    ๒๘ กันยายน ๒๕๕๘

สันติธรรม

สันติธรรม
..................
โอ้มังกร กรายร่าง ย่างมาเหยียบ
หนาวยะเยียบ ยังไม่สิ้น แผ่นดินชุ่ม
น้ำมากมาย หมายมาเยี่ยม พายุรุม
อุระกลุ้ม กลัวน้ำ มาย่ำยี

ประชาชน จนตรอก เหมือนคอกล้อม
จำต้องยอม อยู่อย่างขลาด ไม่อาจหนี
จนที่อยู่ ที่กิน จนทั้งปี
ทรัพย์สินมี เหมือนสิ้นค่า น่าอาดูร

สภาใหญ่ ผู้ทรงเกียรติ เก่งแต่ปาก
ทรัพยากร หลายหลาก ละลายสูญ
น้ำลายท่วมคุณความดี ทวีคูณ
ทุกข์เพิ่มพูน ทับราษฎร์ อนาถใจ

หยุดโต้แย้ง แย่งหน้า มาโผล่กล้อง
หยุดไปส่อง กะโหลก กันเสียใหม่
เป็น ส.ส. เป็น ส.ว. เป็นทำไม
ถ้าหากไม่ แก้ไข ปัญหาเมือง

ประชาชน ทนทุกข์ มานานนัก
รอความรัก ความเข้าใจ ในทุกเรื่อง
ร่วมเปลี่ยนแปลง เปลี่ยนไทย ให้รุ่งเรือง
หยุดแยกเหลือง แยกแดง กลั่นแกล้งกัน

ความเป็นธรรม  ความถูกต้อง อยู่ที่ไหน
ความเป็นไทย มีแต่สีที่สร้างสรรค์
ร่วมสร้างชาติ เชื้อไทย ให้พร้อมพลัน
นำสันติธรรมนั้น กลับคืนมา
...........................................

      25 กุมภาพันธ์ 2555

อคติ..

    อคติ..

..............................
    อคติ ที่ติด จริตร้าย
    มันทำลาย จิตใจ ให้รุ่มร้อน
    สามัคคี ห่างหาย ให้สังวรณ์
    ความเป็นไทย ถูกสั่นคลอน ด้วยขุ่นเคือง

    จะขัดแย้ง แบ่งข้าง กันอย่างนี้

    ทุกเวลา นาที มิเข้าเรื่อง
    ควรต้องมอง เหตุผล ประโยชน์เมือง
    ว่าใครเฟื่องฟูคน จนเป็นธรรม

    ปลอดปัญหา ทรัพยากร ที่ซ่อนเร้น

    เปิดประเด็น เหมืองไป ใครชื่นฉ่ำ
    ใครทุกข์ยาก ลำเค็ญ เกินกล่าวคำ
    ใครน้อมนำ ความจริง มาเปิดโปง

    อคติ ที่ติด จริตนั้น

    ไมตรีมัน มืดบอด ไม่ปลอดโปร่ง
    จนไม่เห็น คนทำลาย และคนโกง
    เก่งผูกโยง กล่าวหา คนลอย ลอย..

    ๒๗ กันยายน ๒๕๕๘

วันจันทร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2559

ไร้ที่ยืน...



    ไร้ที่ยืน...

    .............................
    ใคร..ย่ำยี ประชาธิปไตย จนใจขื่น
    ไร้จุดยืน  โยกไป ไม่แน่วแน่
    อ้างเคียงข้าง ประชาชน  แต่ใจแปร
    เป็นคนแค่ สร้างภาพ  ลำพองตน

    ยังออกปาก  กล่าวร้าย ไม่อายปาก
    มาเป็นขวาก ขวางไฉน ไร้เหตุผล
    ประชาธิปไตย ใช่ของคุณ  ของทุกคน
    ไยบอกบ่น  ห้ามใช้  ทำไมกัน

    การเลือกตั้ง เป็นเกณฑ์ กำหนดเลือก
    คัดเอาเปลือก กระพี้ออก  เอาแก่นมั่น
    เป็นหลักเกณฑ์ ประชาธิปไตย มานานวัน
    เป็นหลักปัน ประโยชน์ใหญ่  ให้ปวงชน

    ใคร..ย่ำยี ประชาธิปไตย  ไม่สำนึก
    ยังคิดคึก เล่นคำ จนปี้ป่น
    ใครสับปลับ ใครปล้นชาติ  ชิงชังชน
    จนถนน ประชาธิปไตย ไร้ที่ยืน...

    ๒๙  เมษายน  ๒๕๕๙

วันอังคารที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2559

ใฝ่ฝัน

ใฝ่ฝัน..
..................

ที่ไหนไหน ไม่ยุ่งยาก ไม่ขัดแย้ง

เขาแสดง ไมตรี ดังที่เห็น
แม้คิดต่าง ก็สร้างชาติ ให้อยู่เย็น
และย่อมเล่น ในกติกา ที่ตกลง

เขาทนรอ เวลา ตามกำหนด

สี่ปีจด จำไว้ ค่อยไล่ส่ง
หากเลือกใหม่ ได้รับเลือก ก็อยู่คง
ความประสงค์ ประชาชน เป็นสัญญา

เรื่องคิดต่าง ไม่ต้องต้าน เป็นงานใหญ่

คิดสร้างไทย ให้รุ่งเรือง กันดีกว่า
คิดเป็นลบ พบแต่ร้าย เศร้าอุรา
คิดหันหน้า มาคุยกัน ใฝ่ฝันจัง...


 ๓ กันยายน ๒๕๕๖

เขาจัดมา..

เขาจัดมา..

..........................

วาทกรรม คำไทย ใครผิดถูก

ใครคนปลูก ความหมาย ให้ผิดเพี้ยน
ประชารัฐ ประชานิยม ใครลอกเลียน
ใครนะเปลี่ยน ความหมาย ให้คนงง..

อีกหลายคำ จำใจ ให้ต้องคิด

ใครประดิษฐ์ ถ้อยไทย ให้คนหลง
คืนความสุข คืนอย่างไร ให้ความตรง
เจตน์จำนง ที่แท้นั้น มันอย่างไร..???

ความปรองดอง มองหา ยังไม่เห็น

วาทกรรม โดดเด่น เป็นไฉน
สามัคคี มีอำนาจ บทบาทใคร
จึงสงสัย จะให้ใคร ไปปรองดอง

เผด็จการรัฐสภา อีกคำหนึ่ง

ช่างสุดซึ้ง ความหมาย ไม่มีสอง
รัฐสภา เป็นอย่างไร ไม่ต้องตรอง
สุดท้ายฉลอง รัฏฐาธิปัตย์ เขาจัดมา...

๒๐ กันยายน ๒๕๕๘

วันพฤหัสบดีที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2559

วิตก..


วิตก.. .......................

เมื่อคิดใช้ดาบเดียวเกี่ยวทั้งฟ้า
ทั้งดารา ดวงเดือน สะเทือนสะท้าน
เป็นยอดยุทธ อาญาสิทธิ์ปิดทุกงาน
ล้มกระดานด้วยดาบนี้จะชี้ไป

จะชี้นกว่าว่านก เป็นปรกติ
จะชี้นกว่าไม้ให้สงสัย
จะชี้นกชี้ไม้ให้แคลงใจ
จะชี้ใช้อำนาจใหญ่ในดาบเดียว

สังคมเดินทางไกลมาไกลแล้ว
จนวับแววแนวทางใช่ทางเดี่ยว
หลากหลายอำนาจอันปราดเปรียว
เกาะเกี่ยวเก็บประโยชน์เพื่อประชาชน

ดาบเดียวเกี่ยวฟ้าน่าวิตก
เดือนดาราหล่นในรกให้สับสน
รอคอยความหมายไม่วกวน
รอทบทวนกมลจนพบทาง..

........................

๑๕ กันยายน ๒๕๕๙

วันพุธที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2559

ไม่ลืมภาพ


ไม่ลืมภาพ


.........................


หกตุลาคมผ่าน มานานแล้ว
แต่ยังแว่ว ผวา ความบ้าคลั่ง
เสียงปืนโหด ระเบิดร้าย รุมร้อนจัง
มิอาจฝัง กลบฝันร้าย ที่ทารุณ
  
สามสิบแปดปีผ่านไป ไม่ลืมภาพ
ยังหยามหยาบ เหยียบจิต จนร้อนกรุ่น
ความเป็นไทย ไม่เอื้อเฟื้อ ไม่การุญ
เมืองหลวงวุ่น ไทยฆ่าไทย ไม่ปราณี
   
อนาจาร ประจานกัน เป็นข่าวใหญ่
สะเทือนใจ ไปทั้งโลก กับข่าวนี้
ทั้งข่มขืน เผาทั้งเป็น กล้าย่ำยี
ทั้ง ทั้งที่ เป็นเลือดเนื้อ ชาติเดียวกัน
  
หกตุลาคมผ่านมานานนัก
แต่หารัก สามัคคีที่ถูกบั่น
ไม่พบในใจไทย ให้งงงัน
ใครกีดกั้น ปั่นให้ไทย ใกล้สงคราม

........................

๒  ตุลาคม  ๒๕๕๘
คำตอบใหญ่..

.........................


จำกัดกรอบ คำตอบใหญ่
  อย่าให้พลาด
ต้องฉลาด ในเกมส์โง่ โชว์ให้หลง
อย่าอวดโง่ โชว์ฉลาด  ให้ปราชญ์งง
ความคิดคง คือสามัคคี อย่าตีกัน
ถึงคิดต่าง  บางที  ต้องฟังเขา
คัดเลือกเอา สิ่งดี  ที่สร้างสรรค์
อย่าต่อต้าน  คัดค้าน  ในทันควัน
อย่ากีดกั้น ความคิดอื่น ยืนขาเดียว
ในวิกฤต มีโอกาส  กำหนดได้
อยู่ที่ใจ มั่นคง และเด็ดเดี่ยว
กำหนดบท โง่ ฉลาด ให้ปราดเปรียว
เพียงแค่เสี้ยว วินาที อาจมีชัย
ในสนาม การเมือง ที่วุ่นวุ่น
ภัยร้ายกรุ่น เกรงสงคราม กลางเมืองใหญ่
อย่ายุแยก ให้แตกสามัคคี ประเทศไทย
อย่าโหมไฟ ให้คน ต้องฆ่ากัน

จำกัดกรอบ คำตอบใหญ่ ให้ชัดชัด
จะฟาดฟัด มิยอมฟัง ใครทั้งนั้น
หรือจะคิด มีเหตุผล รู้เท่าทัน
เพื่อสร้างสรรค์ สันติ นิรันดร...

.........................
๑๙  พฤศจิกายน  ๒๕๕๖

ลิ้นยาว..


ลิ้นยาว..

..........................


โอ้อกเอ๋ยอาดูรอาลัยนัก
กี่ครั้งจักต้องสิ้นชีวินสนอง
กี่ร่างไร้วิญญาณ์มารวมกอง
ในการร้องเรียกหาประชาธิปไตย

ฆาตกร ซ่อนหน้า ที่ฆ่าราษฎร์
อย่างอุกอาจ กลางเมืองหลวง เป็นข่าวใหญ่
คนทั้งโลก เห็นแล้ว ล้วนตกใจ
โอ้ เมืองไทย  เมืองพุทธ ช่างสุดโหด

ฆ่ากี่ครั้ง กี่ครั้ง ยังลอยหน้า
มิอาจหา ฆาตกร มาลงโทษ
ความเคียดแค้น ชิงชัง ชนยังโกรธ
นิรโทษกรรมสิ้น  ช่างลิ้นยาว

ลิ้นตวัดถึงใบหู ดูไม่แปลก
ลิ้นสองแฉก ฉกถึงฟ้า เวหาหาว
กวาดทุกสิ่ง ลบความจริง  ลบทุกคราว
ล้างผิดฉาว ที่ฆ่าราษฎร์ ชาติเดียวกัน

.............................
๒๖  ตุลาคม  ๒๕๕๖

วันเสาร์ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2559

ข้าว


ข้าว
..........


ปัญหาทางการเมืองที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อผลผลิตทางการเกษตรของไทยในขณะนี้ หนีเรื่องข้าวไปไม่พ้น     การที่ฝ่ายหนึ่งมีนโยบายในการจัดการเพื่อให้ผลผลิตทางการเกษตรได้รับค่าราคาที่สูงขึ้น  จนสามารถเลี้ยงตนเองได้ตามที่ได้แถลงนโยบายไว้ต่อรัฐสภา     และได้รับความยินยอมสนับสนุนจากสมาชิกรัฐสภาแล้ว  แต่กลับไม่ได้รับการยอมรับจากอีกฝ่ายหนึ่ง  ด้วยการวิพากษ์วิจารณ์  คัดค้านนโยบายนี้นอกรัฐสภา  กล่าวหาว่าการจัดการเรื่องข้าวของรัฐบาลได้ดำเนินการไปโดยไม่ถูกต้องจนมีข้าวเน่า  มีข้าวที่ปนเปื้อนสารมีพิษ มีการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าวนี้  เป็นต้น                                                                                                                
การกล่าวหาในทางร้าย  มุมมองในระบอบประชาธิปไตย         ที่แอบอ้างกันว่าเป็นสิทธิในการพูดวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาล ที่แม้ประชาชนทุกคนก็สามารถกระทำได้    หากการกระทำในการกล่าวหานั้นก่อประโยชน์ต่อประชาชนโดยรวม แต่การกล่าวหาร้ายๆ ดังที่ยกมาเป็นตัวอย่างนั้น จำเป็นต้องมีหลักการพื้นฐานในการตรวจสอบมารองรับว่า  ข้าวมันเน่าทั้งหมดทั้งหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นหรือไม่  ข้าวมันไม่มีความปลอดภัยจากสารพิษปนเปื้อนทั้งหมดหรือไม่  และมีการทุจริตเรื่องข้าวจริงหรือไม่                                                                                      

ความจริงแล้วข้าวไม่ได้เน่าทั้งหมด ไม่ได้มีสารพิษปนเปื้อนทั้งหมด         หรืออาจไม่ได้มีสารพิษตกค้างเลยก็ได้  การกล่าวหาในทางร้ายตามที่ยกตัวอย่างมาจึงเป็นการทำลายตลาดข้าวทั้งระบบของประเทศไทยให้เกิดความเสียหาย  ขาดความเชื่อมั่นจากผู้บริโภคทั้งโลก    ขัดต่อหลักการในทางกฎหมายที่คุ้มครองประโยชน์ของผู้บริโภค ที่หากมีข้าวเน่าจริง  ผู้ประกอบธุรกิจก็ต้องรับผิดชอบในการชดเชยเปลี่ยนแปลงให้กับผู้บริโภค  และกรณีการนำส่งสินค้าข้าวไปขายยังต่างประเทศ คณะกรรมการตรวจสอบคุณภาพข้าวจากทั้งสองฝ่ายทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย ก็ต้องทำหน้าที่ตรวจสอบจนเป็นที่พอใจก่อนการส่งมอบกันอยู่แล้ว    กับทั้งหลักกฎหมายความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์   ก็ยังคุ้มครองประโยชน์ของผู้ซื้อในการชดเชยความเสียหาย เมื่อพบความชำรุดบกพร่องหรือเสื่อมราคาในสินค้า                                                                                                                                                   

หากมีข้อสงสัยว่าข้าวไม่ปลอดภัยจากสารพิษปนเปื้อน           คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522    ก็มีอำนาจสั่งให้ผู้ประกอบธุรกิจดำเนินการทดสอบหรือพิสูจน์สินค้านั้นได้  ซึ่งถ้าพบว่ามีอันตราย  คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคก็มีอำนาจสั่งห้ามจำหน่ายสินค้านั้นได้หรือสั่งให้ดำเนินการให้เกิดความปลอดภัย อันเป็นวิธีการคุ้มครองประโยชน์ของทุกฝ่ายให้ได้รับความเป็นธรรม                                    นอกจากนั้นแล้วกฎหมายคณะกรรมการอาหารแห่งชาติ พ.ศ. 2551  ได้กำหนดให้มีคณะกรรมการอาหารแห่งชาติ ทำหน้าที่ในการกำกับดูแลให้เกิดความปลอดภัยทางด้านอาหารซึ่งหมายความรวมไปถึงการจัดการให้สินค้าเกษตรที่นำมาเป็นอาหารบริโภคสำหรับมนุษย์มีความปลอดภัยด้วย
                   
องค์กรกำกับเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม และมีความปลอดภัยในสินค้าอาหารต่อประชาชน      ที่มีอย่างครบถ้วนตามกฎหมายนั้น ไม่ได้มีการนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ตามเจตนารมณ์แต่อย่างใดเลย         น่าเสียดาย  และน่าเสียใจเป็นอย่างยิ่ง ที่การแก้ไขปัญหาของเกษตรกรผู้ผลิตเพื่อให้ได้รับราคาที่เป็นธรรม      และการคุ้มครองผู้บริโภคกรณีข้าว      ได้ถูกใช้วิธีการทางการเมืองในการกล่าวหาทำลายเครดิตความเชื่อมั่น    จนกระทั่งข้าวของไทยได้รับผลกระทบ   เกิดความเสียหายทั้งระบบ  และจะต้องใช้เวลาและ งบประมาณอีกสักเพียงใดจึงจะสามารถฟื้นฟูความเชื่อมั่นให้ข้าวไทยกลับมาเป็นสินค้ายอดนิยมของตลาดโลกเหมือนเดิม....                              
"""""""""""""""""
14  กรกฎาคม  2556

คิดง่ายเกิน..

คิดง่ายเกิน..

.............................

เมื่อกฎหมายใด ๆ เข้าสภา
กติกา มีวาง ไว้อยู่นั้น
ไม่อาจออก นอกหลักการ ตกลงกัน
รัฐธรรมนูญ ขีดคั่น กำหนดความ

ผู้เสนอกฎหมาย มีหลายกลุ่ม
การประชุม จะเข้าฟัง ก็ไม่ห้าม
รัฐธรรมนูญ กำหนดไว้ ในนิยาม
ต้องทำตาม ทุกประการ ลองอ่านกัน

เมื่อกฎหมาย เข้าสภา อันทรงเกียรติ
ใช่ยัดเยียด ให้ยอมรับ อย่าประหวั่น
อาจเสนอ กฎหมายเอง มาประชัน
โดยเลือกสรร ข้อดี ที่ตกลง

ยี่สิบ ส.ส. เสนอได้
พรรคการเมืองใหญ่ ๆ เรื่องขี้ผง
พรรคเห็นชอบ ในร่างไหน ใจเจาะจง
หนังสือส่ง ร่าง ฯ สู้  สู่ประธานสภา

ประชาชน ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง ก็มีสิทธิ
รวมเป็นกลุ่ม ร่วมพินิจ คิดค้นหา
เป็นความเห็น กฎหมาย ต่างสภา
เพื่อทายท้า ความเป็นธรรม ที่ต้องการ

ทั้งๆ ที่   มีเวที  ให้ได้เล่น
ทุกประเด็น ดี ไม่ดี มีทุกด้าน
แล้วทำไม ไม่ใช้สภา มาทำงาน
ทั้งคัดค้าน สนับสนุน ที่เป็นธรรม

จึงสงสัย ใครหนอ ก่อวิกฤต
ทำสิ่งถูก ให้เป็นผิด คิดต่ำ ๆ
ทำสิ่งผิด ให้เป็นถูก ปลูก ระยำ
เพียร คิดคว่ำ ให้เป็นหงาย คิดง่ายเกิน...




๓ สิงหาคม ๒๕๕๖..

ความเป็นธรรม

ความเป็นธรรม
""""""""""""""""""""""""""""


เมื่อบ้านเมือง เคืองขุ่น วุ่นวายอยู่
ทุกคนรู้ ผิด หรือ ถูก กันทั้งนั้น
ความเป็นธรรม อยู่ที่ไหน เรียกร้องกัน
เผาทำไม เมื่อทรัพย์นั้น ของส่วนรวม

ความเป็นธรรม ทำไม ไม่ปรากฏ
มีแต่ภาพ โศก สลด ไฟลุกท่วม
ป้อม ของใคร บอกได้ ไม่กำกวม
ยางก็น่วม ถูกเผา แสนเศร้าใจ

ความเป็นธรรม มาสักที ชี้ให้ชัด
ถนน จัด สัญจร ไปไม่ได้
ธุรกิจ วินาศ ชาติของใคร
ความเป็นธรรม อยู่ที่ไหน ไม่ยอมมา...

ราคายาง ยังอยู่ ยังไม่เพิ่ม
ยังไม่เติม ความพอดี ที่คุณค่า
ใครผลิต ใครปลูก ยางพารา
แล้วใครค้า ร่ำรวย ไม่ยอมคาย

ความเป็นธรรม ที่ราคา การผลิต
ใครหนอปิด โอกาส จนเสียหาย
ใครนะอยู่ เบื้องหลัง ความวุ่นวาย

ความเป็นธรรม ความละอาย ไม่ฉายแวว...

……………….

๑๖  กันยายน  ๒๕๕๖