วันเสาร์ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2559

ข้าว


ข้าว
..........


ปัญหาทางการเมืองที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อผลผลิตทางการเกษตรของไทยในขณะนี้ หนีเรื่องข้าวไปไม่พ้น     การที่ฝ่ายหนึ่งมีนโยบายในการจัดการเพื่อให้ผลผลิตทางการเกษตรได้รับค่าราคาที่สูงขึ้น  จนสามารถเลี้ยงตนเองได้ตามที่ได้แถลงนโยบายไว้ต่อรัฐสภา     และได้รับความยินยอมสนับสนุนจากสมาชิกรัฐสภาแล้ว  แต่กลับไม่ได้รับการยอมรับจากอีกฝ่ายหนึ่ง  ด้วยการวิพากษ์วิจารณ์  คัดค้านนโยบายนี้นอกรัฐสภา  กล่าวหาว่าการจัดการเรื่องข้าวของรัฐบาลได้ดำเนินการไปโดยไม่ถูกต้องจนมีข้าวเน่า  มีข้าวที่ปนเปื้อนสารมีพิษ มีการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าวนี้  เป็นต้น                                                                                                                
การกล่าวหาในทางร้าย  มุมมองในระบอบประชาธิปไตย         ที่แอบอ้างกันว่าเป็นสิทธิในการพูดวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาล ที่แม้ประชาชนทุกคนก็สามารถกระทำได้    หากการกระทำในการกล่าวหานั้นก่อประโยชน์ต่อประชาชนโดยรวม แต่การกล่าวหาร้ายๆ ดังที่ยกมาเป็นตัวอย่างนั้น จำเป็นต้องมีหลักการพื้นฐานในการตรวจสอบมารองรับว่า  ข้าวมันเน่าทั้งหมดทั้งหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นหรือไม่  ข้าวมันไม่มีความปลอดภัยจากสารพิษปนเปื้อนทั้งหมดหรือไม่  และมีการทุจริตเรื่องข้าวจริงหรือไม่                                                                                      

ความจริงแล้วข้าวไม่ได้เน่าทั้งหมด ไม่ได้มีสารพิษปนเปื้อนทั้งหมด         หรืออาจไม่ได้มีสารพิษตกค้างเลยก็ได้  การกล่าวหาในทางร้ายตามที่ยกตัวอย่างมาจึงเป็นการทำลายตลาดข้าวทั้งระบบของประเทศไทยให้เกิดความเสียหาย  ขาดความเชื่อมั่นจากผู้บริโภคทั้งโลก    ขัดต่อหลักการในทางกฎหมายที่คุ้มครองประโยชน์ของผู้บริโภค ที่หากมีข้าวเน่าจริง  ผู้ประกอบธุรกิจก็ต้องรับผิดชอบในการชดเชยเปลี่ยนแปลงให้กับผู้บริโภค  และกรณีการนำส่งสินค้าข้าวไปขายยังต่างประเทศ คณะกรรมการตรวจสอบคุณภาพข้าวจากทั้งสองฝ่ายทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย ก็ต้องทำหน้าที่ตรวจสอบจนเป็นที่พอใจก่อนการส่งมอบกันอยู่แล้ว    กับทั้งหลักกฎหมายความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์   ก็ยังคุ้มครองประโยชน์ของผู้ซื้อในการชดเชยความเสียหาย เมื่อพบความชำรุดบกพร่องหรือเสื่อมราคาในสินค้า                                                                                                                                                   

หากมีข้อสงสัยว่าข้าวไม่ปลอดภัยจากสารพิษปนเปื้อน           คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522    ก็มีอำนาจสั่งให้ผู้ประกอบธุรกิจดำเนินการทดสอบหรือพิสูจน์สินค้านั้นได้  ซึ่งถ้าพบว่ามีอันตราย  คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคก็มีอำนาจสั่งห้ามจำหน่ายสินค้านั้นได้หรือสั่งให้ดำเนินการให้เกิดความปลอดภัย อันเป็นวิธีการคุ้มครองประโยชน์ของทุกฝ่ายให้ได้รับความเป็นธรรม                                    นอกจากนั้นแล้วกฎหมายคณะกรรมการอาหารแห่งชาติ พ.ศ. 2551  ได้กำหนดให้มีคณะกรรมการอาหารแห่งชาติ ทำหน้าที่ในการกำกับดูแลให้เกิดความปลอดภัยทางด้านอาหารซึ่งหมายความรวมไปถึงการจัดการให้สินค้าเกษตรที่นำมาเป็นอาหารบริโภคสำหรับมนุษย์มีความปลอดภัยด้วย
                   
องค์กรกำกับเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม และมีความปลอดภัยในสินค้าอาหารต่อประชาชน      ที่มีอย่างครบถ้วนตามกฎหมายนั้น ไม่ได้มีการนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ตามเจตนารมณ์แต่อย่างใดเลย         น่าเสียดาย  และน่าเสียใจเป็นอย่างยิ่ง ที่การแก้ไขปัญหาของเกษตรกรผู้ผลิตเพื่อให้ได้รับราคาที่เป็นธรรม      และการคุ้มครองผู้บริโภคกรณีข้าว      ได้ถูกใช้วิธีการทางการเมืองในการกล่าวหาทำลายเครดิตความเชื่อมั่น    จนกระทั่งข้าวของไทยได้รับผลกระทบ   เกิดความเสียหายทั้งระบบ  และจะต้องใช้เวลาและ งบประมาณอีกสักเพียงใดจึงจะสามารถฟื้นฟูความเชื่อมั่นให้ข้าวไทยกลับมาเป็นสินค้ายอดนิยมของตลาดโลกเหมือนเดิม....                              
"""""""""""""""""
14  กรกฎาคม  2556

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น