วันเสาร์ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2559

ลูกปัดของใคร???

                                                                         ลูกปัดของใคร???


                        ความเป็นตัวตนของเราที่มีรากเหง้าสำคัญนับเนื่องมาแต่อดีตกาลนั้น  เรามักไม่ค่อยสนใจ  ทั้งๆที่เรื่องราวเหล่านั้นเป็นภูมิปัญญา วิถีชีวิต  ประวัติศาสตร์  ศิลปะ  วัฒนธรรม  ความเจริญก้าวหน้า  และเรื่องราวอื่นๆที่มีประโยชน์ต่อการนำเอามาเรียนรู้  และนำมาปรับใช้ให้เหมาะสม   กับทั้งเป็นทรัพยากรที่สำคัญของชาติ ที่มีคุณค่าหาที่สุดไม่ได้
                                การค้นพบโบราณสถานสำคัญในภาคใต้ รวมทั้งการพบโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุในพื้นที่ภาคใต้ตอนบน นับตั้งแต่ จังหวัดชุมพร  ระนอง   สุราษฎร์ธานี  พังงา  และกระบี่  ดังที่เป็นข่าวในหนังสือพิมพ์ในช่วงนี้
ความจริงแล้ว ไม่ใช่เป็นการค้นพบใหม่  แต่ได้พบกันนานแล้ว เพียงแต่ไม่เป็นข่าวเท่านั้น    ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ของบ้านเมืองจะต้องให้ความสนใจ ติดตาม การนำเสนอเรื่องราวของการค้นพบโบราณสถาน และโบราณวัตถุ ต่อกรมศิลปากร  เพื่อให้กรมศิลปากรเข้ามาทำหน้าที่ในการ วิจัย  จัดเก็บ รวบรวม  และนำทรัพยากรโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ มาใช้ประโยชน์ได้อย่างจริงจัง  ซึ่งจะต้องมีเจ้าหน้าที่เพียงพอที่จะคุ้มครอง รักษาทรัพยากรของชาติและของประชาชน ให้ยังคงอยู่อย่างครบถ้วน และยั่งยืนด้วย
                                การทำหน้าที่ของทางราชการในกิจกรรมที่เกี่ยวกับกฎหมายพระราชบัญญัติ โบราณสถาน โบราณวัตถุ  ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ  พ.ศ. 2504  จะไม่สัมฤทธิ์ผลเลย หากการบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้ไม่ได้ทำความเข้าใจกับประชาชนเสียก่อนว่า โบราณสถาน โบราณวัตถุ และศิลปวัตถุ นั้น มีความสำคัญต่อวิถีชีวิต และมีผลประโยชน์ต่อประชาชนอย่างไร  กับทั้งจะต้องเชื่อมโยงการบังคับใช้กฎหมายอื่นๆที่เกี่ยวข้อง เช่น พระราชบัญญัติการขุดดินและ ถมดิน พ.ศ. 2543 ที่กำหนดหลักการให้องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ต้องออกข้อบัญญัติท้องถิ่นบังคับการขุดดิน และการถมดิน ให้ผู้ที่ประสงค์จะขุดดิน และถมดินจะต้องยื่นคำร้องขอรับการอนุญาตก่อนการไปดำเนินการขุดดิน และถมดิน ตามที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกำหนด  รวมทั้งยังกำหนดให้ผู้ขุดดินที่พบโบราณวัตถุ หรือศิลปวัตถุ จะต้องหยุดการขุดดินทันที และแจ้งเจ้าพนักงานท้องถิ่นทราบภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่พบ   และให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นแจ้งกรมศิลปากรโดยด่วน
                   นอกจากนั้นแล้ว  ต้องทำความให้กระจ่างแจ้งต่อประชาชนว่า ทรัพยากรโบราณสถาน และ โบราณวัตถุ  กับทั้งศิลปวัตถุ ที่มีอยู่ในกรรมสิทธิ์ หรือในครอบครองของประชาชนนั้น กรมศิลปากร หรือรัฐ ก็ไม่ได้คิดไปแย่งเอามาเป็นกรรมสิทธิ์แต่อย่างใด  เพราะกฎหมายได้กำหนดไว้ชัดเจนว่า ประชาชนที่เป็นจ้าของโบราณสถาน หรือโบราณวัตถุ ที่กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนแล้ว    ก็ยังสามารถโอนเปลี่ยนมือไปยังผู้รับโอนคนอื่นได้ เพียงแต่ว่าต้องแจ้งการโอนเป็นหนังสือ แจ้งที่อยู่ผู้รับโอน วันเดือนปีที่โอนไปให้อธิบดีกรมศิลปากรทราบภายในกำหนด สามสิบวันนับแต่วันโอน  หรือยังตกทอดในทางมรดก หรือพินัยกรรม ไปยังทายาทได้ โดยให้ผู้รับกรรมสิทธิ์ แจ้งอธิบดีกรมศิลปากรภายในหกสิบวันนับแต่วันรับโอน เป็นต้น
                                ประชาชนจึงควรให้ความสนใจ ร่วมมือกับกรมศิลปากร และจังหวัดชุมพร ในการศึกษา วิจัย ขุดค้น รวบรวม อย่างถูกต้องตามหลักวิชาการของกรมศิลปากร ไม่ควรทำการขุดค้นกันเอง เพื่อรักษาทรัพยากรที่มีค่านี้ ให้ยั่งยืน เป็นประโยชน์ประชาชนทางด้านการศึกษา  วัฒนธรรม  และการท่องเที่ยว ต่อไป..

........................................
บทความเรื่องนี้เขียนเมื่อวันที่ ๓  พฤษภาคม ๒๕๕๒

                                

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น