วันศุกร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2559

จุดหมายของเรา


จุดหมายของเรา..


...........................         คำร้อง/ทำนอง
                                       กฤษณะ  ฉายากุล

แสงทองส่องฟ้าเรืองรอง
สีน้ำเงินทองไสว
สัญญาณนี่หนอตรึงใจ
นั่นหมายถึงชัยแห่งราม

แสงทองส่องฟ้าตระการ
เหนือทิพย์วิมานสยาม
คุ้มฟ้าแห่งนี้เรืองนาม
คู่เกียรติพ่อขุนรามคำแหง

เหนือชีวี
สถาบันแห่งนี้เป็นแหล่ง
ประสาทวิชาให้กล้าแกร่ง
เป็นเรี่ยวแรงช่วยพัฒนาไทย

แสงทองส่องฟ้าเรืองรอง
สีน้ำเงินทองอำไพ
ถึงแล้วที่หวังดังใจ
นี่แหละจุดหมายของเรา..

.........................

หมายเหตุ..บทเพลงนี้เขียนขึ้นเมื่อปี พุทธศักราช ๒๕๑๘
                   เป็นเพลงประจำมหาวิทยาลัยรามคำแหง
                    สมัยที่สำเร็จการศึกษา
                    และบทเพลงนี้จำได้ว่าผู้ขับร้องและบันทึกเสียงเพลงนี้
                    เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหงในขณะนั้น จำนามไม่ได้แล้ว

๒๔ กันยายน ๒๕๕๙


๒๔  กันยายน  ๒๕๕๙.

..........................

วันเสาร์ที่ยี่สิบสี่กันยายน
ขอกุศลนำชีวิตให้ฤทธิ์เรื้อง
ให้ได้พบความสำเร็จมลังเมลือง
ฟุ้งฟูเฟื่องทรัพย์สินด้วยยินดี.

..........................

สงสัยจัง...??

สงสัยจัง...??

.................

บุญกฐิน บุญผ้าป่า ศรัทธาสร้าง
นบนอบวาง เงินถวาย ด้วยใจหวัง
ช่วยทำนุบำรุง ศาสนา อย่างจริงจัง
มิเคยตั้ง กติกา แต่อย่างใด

เงินถึงวัด นัดหมาย ญาติโยมนับ

เงินที่รับ เขาศรัทธา เขาถึงให้
มิเคยห้าม หรือกำหนด ด้วยกฎใด
มิเคยถาม ว่าเงินใคร ทำผิดมา

เงินที่รับ มากน้อย ใครไปซัก

ว่าใครลักทรัพย์ใคร กันต่อหน้า
ใครกล้าถาม ว่าเงินมาก เกินคณา
อนุโมทนา เท่านั้น ทุกครั้งไป

เงินปัจจัย ใส่ซอง เขาถวาย

จะมากมาย หรือน้อยนิด ขนาดไหน
เป็นศรัทธา ประชาชน เขาตั้งใจ
กำหนดบท ห้ามรับไฉน สงสัยจัง..

.......................


๒๘ พฤษภาคม ๒๕๕๙

ความรัก ชาติ...!!

ความรัก ชาติ...!!

.............................

ความเป็นชาติ นั้นดี ที่มีรัก
แต่หากผลักความเป็นคน จนหม่นไหม้
ความเป็นธรรม ก็หามี ในดวงใจ
ความเป็นไทย ก็สิ้นไร้ ความเป็นคน

จะมีค่า อะไร ในดวงจิต
เพราะความคิดเคียดแค้น อันเข้มข้น
มีโมหะ เพิ่มพูนใหญ่ ในกมล
ปัญญาหล่น หลบหลืบ นั้นสืบไป

จงหันกลับ ปรับใจ เสียใหม่เถิด
รักบ้านเกิด เทิดทูน นิยมใหญ่
มีเหตุผล ค้นหา อย่าปิดใจ
อย่าเคียดแค้น ชิงชังใคร ไม่ไตร่ตรอง

ความเป็นธรรม ความเป็นคน ความเป็นชาติ
อย่าผูกขาด ความคิด จนจิตหมอง
บางเรื่องราว ร้าย หรือ ดี มีครรลอง
จำเป็นต้อง ใคร่ครวญ ทบทวนกัน..

๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๙

อย่าอึดอัด

อย่าอึดอัด..

.........................

แค่เศษเสี้ยว เปลี่ยวเหงา ในเงาฟ้า
เมื่อจันทรา ลาลับ มิจับแจ่ม
มิเหลือเสี้ยว เพ็ญฝัน ในวันแรม
รอจันทร์แย้ม ยิ้มใหม่ ไม่ช้านาน

อย่าอึดอัด อดใจ ไว้อีกนิด
มืดสนิท ต้องสว่าง กระจ่างหวาน
ทั้งนภา มีจันทรา ที่เบิกบาน
มีดาวราย เป็นเพื่อนบ้าน อยู่เคียงเดือน..

...........................

รอ..

รอ..


....................

จักเฝ้าดาว พราวฟ้า มาแต่ค่ำ
จนเมฆคล้ำ ครอบฟ้า ไปทุกที่
ดาวกับเดือน ก็ห่างหาย ไปทันที
ทั้งราตรี คงต้องเหงา ไร้เงาจันทร์

ถึงเดียวดาย โดดเดี่ยว ให้เปลี่ยวจิต
เมื่อฟ้ามิด มืดมัว ทั่วสวรรค์
สหายไหน ใจต้องเหงา ไม่ต่างกัน
รอเมฆพรั่น พรมฝน จนฟ้าจาง

........................

วินัย..

วินัย..

......................

เมื่อทุกวัน เวลา มารับลูก
เฝ้าเวียนปลูก สิ่งที่ผิด ให้คิดเห็น
ผิด ทำได้ จำไว้ ไม่ยากเย็น
สุดท้ายเป็น นิสัย วินัยมลาย

หน้าโรงเรียน จอดซ้อนคัน ทุกวันนะ
ไม่เคยละ เลิกไป ใครเสียหาย
สังคมนี้ วินัยจราจร มันคลอนคลาย
จนละอาย ว่ามันแย่ ควรแก้ไข

...........................