ทรัพย์ของใคร ?
การขุดดิน
และการถมดินที่มีกฎหมายกำหนดหลักการให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติการขุดดินและถมดิน
พ.ศ.2543 ซึ่งสามารถออกกฎกระทรวงกำหนดกิจการต่างๆ ในการขุดดินและถมดินเพื่อรักษาประโยชน์ของการผังเมือง
การอนุรักษ์โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม รวมตลอดถึงการป้องกันการพังทลายของดิน
และสิ่งปลูกสร้าง เป็นต้น
กฎหมายนี้ได้มีการบังคับใช้มากว่าสิบปีแล้ว แต่ความร่วมมือของประชาชน
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมตลอดถึงรัฐบาลหลายรัฐบาลที่ผ่านมา
ยังเห็นความสำคัญของกฎหมายฉบับนี้น้อยมาก
ทั้งๆที่เป็นเรื่องสำคัญ
เห็นได้จากการออกกฎกระทรวง และการออกข้อบัญญัติท้องถิ่นเพื่อกำหนดให้การขุดดินและการถมดินต้องแจ้งขออนุญาตต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก่อนที่จะมีการขุดดิน
และการถมดินตามเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด
ตรวจสอบได้เลยว่า
มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสักกี่แห่งที่ได้ออกข้อบัญญัติท้องถิ่นตามกฎหมายนี้
ปัญหาการพบโบราณวัตถุในหลายท้องที่ กฎหมายฉบับนี้กำหนดไว้ชัดเจนว่า
ในการขุดดินนั้น
ถ้ามีการพบโบราณวัตถุ
ศิลปวัตถุ ซากดึกดำบรรพ์ หรือพบแร่ที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจหรือทางการศึกษาในด้านธรณีวิทยา
ให้ผู้ขุดดินหยุดการขุดดินไว้ก่อนแล้วรายงานให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นทราบภายในเจ็ดวัน
นับแต่วันที่พบ
และให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นแจ้งให้กรมศิลปากร
หรือกรมทรัพยากรธรณีแล้วแต่กรณีทราบโดยด่วน
และให้ผู้ที่ขุดดินนั้นปฏิบัติการให้เป็นไปตามกฎหมายโบราณสถาน โบราณวัตถุ
ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 หรือกฎหมายที่เกี่ยวอื่นๆแล้วแต่กรณี
ทั้งนี้
เพื่อประโยชน์ในการอนุรักษ์ และจัดทำทะเบียนโบราณวัตถุ
หรือศิลปวัตถุที่มีอายุตั้งแต่สมัยอยุธยาขึ้นไป
กฎหมายได้กำหนดให้อธิบดีกรมศิลปากรมีอำนาจประกาศในราชกิจจานุเบกษากำหนดเขตท้องที่ใดเป็นเขตสำรวจโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุนั้น
โดยให้เจ้าของแจ้งปริมาณ รูปพรรณ และสถานที่เก็บรักษาโบราณวัตถุ
หรือศิลปวัตถุนั้นต่ออธิบดีกรมศิลปากรตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดได้
การพบโบราณวัตถุ หรือศิลปวัตถุนั้น
หากพิจารณาข้อความในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1328 ความว่า
สังหาริมทรัพย์มีค่าซึ่งซ่อนหรือฝังไว้นั้น
ถ้ามีผู้เก็บได้โดยพฤติการณ์ซึ่งไม่มีผู้ใดสามารถอ้างว่าเป็นเจ้าของได้ให้กรรมสิทธิ์ตกเป็นของแผ่นดิน
ผู้เก็บได้ต้องส่งมอบทรัพย์นั้นแก่เจ้าพนักงานตำรวจหรือพนักงานเจ้าหน้าที่อื่น แล้วมีสิทธิจะได้รับรางวัลหนึ่งในสามแห่งค่าทรัพย์นั้น
การให้ความร่วมมือของประชาชน
และความตั้งใจบังคับใช้กฎหมายที่กล่าวมาข้างต้นนี้อย่างเป็นธรรม
มีค่าเป็นอย่างยิ่งในการรักษาทรัพยากรของชาติให้เป็นประโยชน์ต่อคนส่วนใหญ่
อย่างยั่งยืน..
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น