วันเสาร์ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2559

ทรัพย์ของใคร ?

ทรัพย์ของใคร ?

                                การขุดดิน และการถมดินที่มีกฎหมายกำหนดหลักการให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย   เป็นผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติการขุดดินและถมดิน พ.ศ.2543   ซึ่งสามารถออกกฎกระทรวงกำหนดกิจการต่างๆ            ในการขุดดินและถมดินเพื่อรักษาประโยชน์ของการผังเมือง การอนุรักษ์โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม  รวมตลอดถึงการป้องกันการพังทลายของดิน และสิ่งปลูกสร้าง เป็นต้น
                                กฎหมายนี้ได้มีการบังคับใช้มากว่าสิบปีแล้ว  แต่ความร่วมมือของประชาชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมตลอดถึงรัฐบาลหลายรัฐบาลที่ผ่านมา ยังเห็นความสำคัญของกฎหมายฉบับนี้น้อยมาก  ทั้งๆที่เป็นเรื่องสำคัญ  เห็นได้จากการออกกฎกระทรวง และการออกข้อบัญญัติท้องถิ่นเพื่อกำหนดให้การขุดดินและการถมดินต้องแจ้งขออนุญาตต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก่อนที่จะมีการขุดดิน และการถมดินตามเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด  ตรวจสอบได้เลยว่า มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสักกี่แห่งที่ได้ออกข้อบัญญัติท้องถิ่นตามกฎหมายนี้
                                ปัญหาการพบโบราณวัตถุในหลายท้องที่  กฎหมายฉบับนี้กำหนดไว้ชัดเจนว่า ในการขุดดินนั้น  ถ้ามีการพบโบราณวัตถุ  ศิลปวัตถุ  ซากดึกดำบรรพ์  หรือพบแร่ที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจหรือทางการศึกษาในด้านธรณีวิทยา ให้ผู้ขุดดินหยุดการขุดดินไว้ก่อนแล้วรายงานให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นทราบภายในเจ็ดวัน นับแต่วันที่พบ  และให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นแจ้งให้กรมศิลปากร หรือกรมทรัพยากรธรณีแล้วแต่กรณีทราบโดยด่วน  และให้ผู้ที่ขุดดินนั้นปฏิบัติการให้เป็นไปตามกฎหมายโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 หรือกฎหมายที่เกี่ยวอื่นๆแล้วแต่กรณี
                                ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ในการอนุรักษ์ และจัดทำทะเบียนโบราณวัตถุ หรือศิลปวัตถุที่มีอายุตั้งแต่สมัยอยุธยาขึ้นไป  กฎหมายได้กำหนดให้อธิบดีกรมศิลปากรมีอำนาจประกาศในราชกิจจานุเบกษากำหนดเขตท้องที่ใดเป็นเขตสำรวจโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุนั้น โดยให้เจ้าของแจ้งปริมาณ รูปพรรณ และสถานที่เก็บรักษาโบราณวัตถุ หรือศิลปวัตถุนั้นต่ออธิบดีกรมศิลปากรตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดได้
                                การพบโบราณวัตถุ หรือศิลปวัตถุนั้น  หากพิจารณาข้อความในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1328 ความว่า สังหาริมทรัพย์มีค่าซึ่งซ่อนหรือฝังไว้นั้น ถ้ามีผู้เก็บได้โดยพฤติการณ์ซึ่งไม่มีผู้ใดสามารถอ้างว่าเป็นเจ้าของได้ให้กรรมสิทธิ์ตกเป็นของแผ่นดิน ผู้เก็บได้ต้องส่งมอบทรัพย์นั้นแก่เจ้าพนักงานตำรวจหรือพนักงานเจ้าหน้าที่อื่น  แล้วมีสิทธิจะได้รับรางวัลหนึ่งในสามแห่งค่าทรัพย์นั้น

                                การให้ความร่วมมือของประชาชน และความตั้งใจบังคับใช้กฎหมายที่กล่าวมาข้างต้นนี้อย่างเป็นธรรม มีค่าเป็นอย่างยิ่งในการรักษาทรัพยากรของชาติให้เป็นประโยชน์ต่อคนส่วนใหญ่ อย่างยั่งยืน..

กฤษณะ  ฉายากุล  28กันยายน 2555

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น