คำหวานที่เป็นจริง ?
.............................
เมื่อคำลวงล่วงกาลผ่านสมัย
คนเห็นไส้เห็นขี้ที่เน่าเหม็น
บ่งบอกชัดชั่วหรือดีชี้ประเด็น
ว่าทำเล่นหรือทำจริงอิงอ้างใคร
สังคมวุ่น บ้านเมืองวอด มืดบอดหวัง
เขากลบฝัง ความถูกผิดให้คิดใหม่
ชุลมุนชุลเก ว้าเหว่ไป
ทอดทิ้งให้ความใฝ่ฝันอันตรธาน
เขากลบฝัง ความถูกผิดให้คิดใหม่
ชุลมุนชุลเก ว้าเหว่ไป
ทอดทิ้งให้ความใฝ่ฝันอันตรธาน
เป็นธรรมดาประชาราษฎร์ขาดที่พึ่ง
ครั้งคราวหนึ่งพึงใจได้คำหวาน
ครั้งคราวหนึ่งต้องตะลึงจนลนลาน
ไม่อาจขานขับคำลำดับความ
ครั้งคราวหนึ่งพึงใจได้คำหวาน
ครั้งคราวหนึ่งต้องตะลึงจนลนลาน
ไม่อาจขานขับคำลำดับความ
ต้องทนเจ็บเหน็บจิต ต้องผิดคาด
เคยฝันวาด ต้องขาดฝัน โดนหยันหยาม
เคยเห็นดี ต่อแต่นี้ ไม่เหลืองาม
ไม่เหลือความศรัทธาที่เคยมี
เคยฝันวาด ต้องขาดฝัน โดนหยันหยาม
เคยเห็นดี ต่อแต่นี้ ไม่เหลืองาม
ไม่เหลือความศรัทธาที่เคยมี
อนิจจา ประชาราษฎร์ ผู้ต่ำต้อย
จะต้องคอย ฟังคำลวง ไม่อาจลี้
จะต้องทุกข์ระทมใจไปกี่ปี
จนกว่ามีคำหวานที่เป็นจริง...
..........................
๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๖
จะต้องคอย ฟังคำลวง ไม่อาจลี้
จะต้องทุกข์ระทมใจไปกี่ปี
จนกว่ามีคำหวานที่เป็นจริง...
..........................
๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๖
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น