วันอังคารที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2559

การแย่งชิงที่ดินเพื่อการเกษตร

การแย่งชิงที่ดินเพื่อการเกษตร                

                        กระแสข่าวการกว้านซื้อที่ดินภาคการเกษตร ในหลายภูมิภาคของโลก  อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงในทางด้านอาหาร   ก็เพราะด้วยประชากรของโลกที่เพิ่มพูนมากขึ้นทุกวัน และพื้นที่ในการผลิตอาหารเพื่อเลี้ยงประชากรของโลกที่มีอยู่อย่างจำกัด  เล็งเห็นได้ว่าในอนาคต ความต้องการอาหารที่มีอยู่สูงมาก  เป็นเหตุให้กลุ่มทุนข้ามชาติได้เข้าไปลงทุนในหลายๆพื้นที่ของโลก   เพื่อหวังว่าจะเป็นผู้ประกอบการรายสำคัญของโลกในการเป็นผู้ผลิตอาหาร
                                นอกจากการซื้อขายที่ดินที่เป็นไปตามภาคีข้อตกลงระหว่างประเทศแล้ว  การตกลงทำสัญญาเช่าที่ดินเพื่อดำเนินการลงทุนในการเกษตรอาหารเป็นระยะเวลายาวนานมากกว่าสามสิบปี ก็ยิ่งทำให้ชุมชนเจ้าของพื้นที่ที่มีความยากจนกว่า  ถูกทุนเข้าแย่งชิงพื้นที่ทำกิน    กับทั้งทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ที่ถูกทำลายลงไป   เพียงเพื่อให้การดำเนินกิจการทางการเกษตรขนาดใหญ่สามารถดำเนินการได้ตามระบบงานที่ใช้เทคโนโลยีมากกว่าการใช้แรงงานคน        ซึ่งเป็นเหตุทำให้คนบุกรุกทำลายป่าไม้เพื่อแสวงหาที่ทำกินมากขึ้นด้วย  จึงยิ่งส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศวิทยาที่ทำให้เกิดความไม่มั่นคงทางด้านอาหารไปในทันที
                                สำหรับประเทศไทยของเรา นั้น แม้ว่าจะเป็นประเทศผู้ผลิตอาหารรายสำคัญของโลกก็ตาม  แต่จากสภาพความอ่อนแอทางเศรษฐกิจ  นับแต่ปี พ.ศ.2540 เป็นต้นมา เราได้ถูกบังคับให้ต้องออกกฎหมายฟื้นฟูเศรษฐกิจ   11  ฉบับ และสองฉบับในกฎหมายดังกล่าวนั้นคือ พระราชบัญญัติ การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542  และพระราชบัญญัติ การเช่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อพาณิชยกรรมและอุตสาหกรรม  พ.ศ.2542  ซึ่งในเนื้อหาสาระของกฎหมายการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 ได้กำหนดให้คนต่างด้าวสามารถประกอบธุรกิจภายในพระราชอาณาจักรไทยได้ทั้งการประกอบกิจการในทางการเกษตรกรรม  อุตสาหกรรม  พาณิชยกรรม    การบริการ  หรือกิจการอย่างอื่นอันเป็นการค้า 
                                ถึงแม้ข้อความในมาตรา 8 ของกฎหมายการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว  จะมีข้อห้ามมิให้คนต่างด้าวประกอบธุรกิจที่ไม่อนุญาตให้คนต่างด้าวประกอบกิจการด้วยเหตุผลพิเศษ ตามที่กำหนดไว้ในบัญชีหนึ่งท้ายกฎหมายดังกล่าวก็ตาม ซึ่งได้ห้ามมิให้ทำนา ทำไร่ หรือทำสวน หรือทำการเลี้ยงสัตว์  ทำการสกัดสมุนไพรไทย หรือทำการค้าที่ดิน   แต่ความในบัญชีท้ายพระราชบัญญัติดังกล่าวนั้น ก็สามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้ไม่ยาก หากว่ารัฐบาลได้ออกพระราชกฤษฎีกาปรับปรุงแก้ไขประเภทธุรกิจตามบัญชี  และแม้ว่าความในบัญชีหนึ่งและบัญชีสองจะได้กำหนดให้แก้ไขด้วยพระราชบัญญัติ  ก็ยังสุ่มเสี่ยงว่า ในอนาคตข้างหน้านั้น ประเทศของเราอาจจะต้องถูกบังคับให้ต้องแก้ไขข้อความตามบัญชีท้ายพระราชบัญญัติให้เป็นไปตามที่ทุนกระแสโลกบังคับมาหรือไม่นั้นด้วย
                                เมื่อได้พิจารณาความในพระราชบัญญัติการเช่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อพาณิชยกรรมและอุตสาหกรรม พ.ศ.2542  และตามกฎกระทรวงของกฎหมายดังกล่าวแล้ว เห็นได้ว่า  กฎหมายได้กำหนดประเภทของพาณิชยกรรมหรืออุตสาหกรรมที่ให้คนต่างด้าวหรือนิติบุคคลตามมาตรา 97 ของประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งหมายถึงการลงทุนของคนต่างด้าวในกิจการที่มีหุ้นส่วนเกินร้อยละสี่สิบเก้า สามารถจดทะเบียนการเช่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อพาณิชยกรรมหรืออุตสาหกรรมได้เกินกว่าสามสิบปีแต่ไม่เกินห้าสิบปีได้ เมื่อครบสัญญาแล้วยังสามารถต่ออายุสัญญาได้อีกไม่เกินห้าสิบปี  และในสัญญาเช่าดังกล่าวนี้ ยังสามารถนำไปให้เช่าช่วงได้  โอนสิทธิการเช่าทั้งหมดหรือบางส่วนให้กับบุคคลภายนอกได้ และให้สิทธิการเช่าตกทอดในทางมรดกได้

                                เมื่อพิจารณากฎหมายทั้งสองฉบับดังกล่าวแล้ว  เห็นได้ว่าการกว้านซื้อที่ดิน หรือเช่าที่ดินเพื่อการลงทุนในทางการเกษตรซึ่งเช่าได้อย่างยาวนานตามเงื่อนไขของกฎหมายที่กำหนดได้ถึง 100 ปี  นับได้ว่าเกษตรกรไทย สุ่มเสี่ยงไม่น้อยจากการถูกแย่งชิงที่ดินจากทุนข้ามชาติในการมีบทบาทควบคุมกลไกการผลิตสินค้าการเกษตร  เพื่อเป็นผู้ประกอบการผลิตอาหารที่สำคัญของโลกต่อไป...  

หมายเหตุ..  บทความนี้เขียนขึ้นเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2552
  

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น