คำนำหน้านามหญิง
คำนำหน้านามหญิง ที่เรียกขานกันว่า เด็กหญิง
นางสาว และนาง
ซึ่งเดิมได้กำหนดหลักเกณฑ์สำคัญไว้ว่าเมื่อแรกคลอดนั้นเรียกว่าเด็กหญิง จนอายุสิบห้าปีบริบูรณ์เรียกว่านางสาว และเมื่อมีคู่สมรสแล้วเรียกว่านาง ที่เคยถือปฏิบัติกันมานาน บัดนี้ได้มีกฎหมายคำนำหน้านามหญิง พ.ศ. 2551
ซึ่งถูกเร่งรัด เรียกร้องจนเป็นกฎหมายเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2551
ประกาศในราชกิจจานุเบกษาวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2551 และมีผลบังคับใช้ภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา กฎหมายนี้มีพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้นเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ
เหตุผลของการประกาศใช้กฎหมายนี้
ด้วยเห็นว่า การใช้คำนำหน้านามหญิงที่จดทะเบียนสมรสแล้ว
กับทั้งหญิงที่จดทะเบียนสมรสแล้วและต่อมาการสมรสสิ้นสุดลงเพราะจดทะเบียนหย่า
หรือเพราะสามีถึงแก่กรรมไปแล้ว ต้องใช้คำนำหน้าคำเดียวว่า “นาง”
โดยไม่อาจเลือกได้ตามความสมัครใจ
ทำให้เกิดผลกระทบต่อหญิงดังกล่าวในการดำรงชีวิตประจำวัน การศึกษาของบุตร
และการทำนิติกรรมต่างๆ
ส่งผลให้คำนำหน้านามในลักษณะดังกล่าวของหญิงเป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคล เพราะเหตุแห่งความแตกต่างทางเพศ
จึงกำหนดให้หญิงมีทางเลือกในการใช้คำนำหน้านามตามความสมัครใจ
เพื่อให้สอดคล้องกับการเลือกใช้นามสกุลตามกฎหมายว่าด้วยชื่อบุคคล
เป็นที่รู้กันโดยทั่วไปมาก่อนแล้วว่า
ชายและหญิง จะมีคำนำหน้านามว่าเด็กชาย และเด็กหญิงตั้งแต่เมื่อแรกคลอด
จนอายุสิบห้าปีบริบูรณ์ก็จะเปลี่ยนจากเด็กชายเป็นนาย
และเปลี่ยนจากเด็กหญิงเป็นนางสาว
เมื่อชายและหญิงสมรสกันก็จะเปลี่ยนคำนำหน้านามของหญิงจากนางสาวเป็นนาง
ส่วนชายใช้คำนำหน้านามว่านายเหมือนเดิม
และเมื่อหญิงที่มีการสมรสแล้วต่อมาการสมรสสิ้นสุดลงเพราะสามีถึงแก่กรรมหรือหย่าก็ตาม
จะต้องใช้คำนำหน้านามว่านางตลอดไปซึ่งเป็นหลักการสากลที่ถือปฏิบัติกันมานานแล้ว
การบังคับใช้กฎหมายคำนำหน้านามหญิง
พ.ศ.2551 ให้หญิงซึ่งสมรสแล้วสามารถเลือกใช้คำนำหน้านามว่านางหรือนางสาวได้ตามความสมัครใจ
เมื่อได้แจ้งต่อนายทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยการจดทะเบียนครอบครัว
ดูผิวเผินเหมือนว่าได้สร้างความเป็นธรรมให้กับหญิงให้มีสิทธิและเสรีภาพเท่าเทียมกับชาย
แต่แท้จริงแล้วกลับสร้างผลกระทบกับหญิงที่ยังไม่ได้สมรสนั้นเอง ทำให้เป็นที่สงสัยคลางแคลงใจว่าหญิงที่มีคำนำหน้านามว่านางสาวผู้นี้
ยังเป็นโสดหรือว่าสมรสแล้ว
นอกจากนั้นกฎหมายฉบับนี้ยังทำลายประเพณีวัฒนธรรมของครอบครัว
ทำให้เกิดความหวาดระแวง ความแตกแยก ระหว่าคู่สามีภริยา
และไม่ได้เป็นไปตามความหมายในพจนานุกรมฉบับเฉลิมพระเกียรติ พ.ศ.2530 หน้า
278-279 ซึ่งอธิบายว่า นาง เป็นคำนาม เพศหญิง คำแทนชื่อหญิง คำนำหน้าชื่อหญิงที่แต่งงานแล้ว.../นางสาว
เป็นคำนาม คำนำหน้าหญิงที่มีอายุครบสิบห้าปีบริบูรณ์ขึ้นไปและยังไม่ได้แต่งงาน
กับทั้งทำให้งานนิติกรรมสัญญาของธุรกิจการธนาคารพาณิชย์ และงานจดทะเบียนที่ดินมีผลกระทบในการสืบค้นสถานะบุคคลที่มีความยุ่งยากมากขึ้นกว่าเดิม
การออกกฎหมายฉบับนี้จึงไม่ได้เป็นไปตามเหตุผลที่อ้าง
และการเร่งรัดออกกฎหมายนี้จึงแสดงได้ว่าสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ที่กันย่อๆว่า
สนช.
ทำงานอย่างขาดวิจารณญาณความรอบคอบและไม่รักษาวัฒนธรรม และประเพณีอันดีของสังคม
หมายเหตุ. -บทความเรื่องนี้เขียนเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2551
-คำนำหน้านามบุคคลที่เป็นสากลนั้นใช้
หมายเหตุ. -บทความเรื่องนี้เขียนเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2551
-คำนำหน้านามบุคคลที่เป็นสากลนั้นใช้
Mr. หมายถึง นาย สำหรับคำนำหน้านามของชาย
Mrs. หมายถึง นาง สำหรับคำนำหน้านามหญิง ที่สมรสแล้ว
Miss หมายถึง นางสาว สำหรับคำนำหน้านามหญิงที่ยังไม่สมรส
Mrs. หมายถึง นาง สำหรับคำนำหน้านามหญิง ที่สมรสแล้ว
Miss หมายถึง นางสาว สำหรับคำนำหน้านามหญิงที่ยังไม่สมรส
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น