สืบทอดวัฒนธรรมประเพณี
การนับวัน
เวลาทางจันทรคติ มีความผูกพันกับวิถีชีวิตของประชาชนอย่างสำคัญ และในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 ของทุกปี
ก็นับวันเป็นสำคัญวันหนึ่งของพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดชุมพร ในการร่วมใจกันจัดงานประเพณีแห่พระแข่งเรือ
ที่อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร
ซึ่งได้สืบทอดประเพณีวัฒนธรรมนี้มาแต่โบร่ำโบราณมากกว่า 100 ปีแล้ว ปัจจุบันใช้ชื่องานว่า
งานประเพณีแห่พระแข่งเรือ ขึ้นโขน ชิงธง ชิงโล่และถ้วยพระราชทาน
ด้วยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ กับทั้งพระราชวงศ์ ที่ได้ทรงพระราชทาน โล่
และถ้วย เป็นรางวัลในการจัดกิจกรรมนี้
วันแรม
1 ค่ำ เดือน 11 ทุกๆปี นอกจากกิจกรรมของการแข่งขันเรือยาวในสนามแข่งขันแม่น้ำหลังสวนแล้ว
ยังมีกิจกรรมสำคัญทางศาสนาอีกด้วย
โดยในเช้าของวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 ซึ่งเป็นวันหลังวันปวารณาออกพรรษา
ปีนี้ตรงกับวันจันทร์ที่ 17 ตุลาคม 2559
ก็จะมีการตักบาตรเทโว ในบริเวณถนนหลังสวน
ตั้งแต่หน้าธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สาขาหลังสวน ไปจนถึงหน้าไปรษณีย์หลังสวน ทั้งสองฝั่งถนน จะมีพระภิกษุ
สามเณร มารับบิณฑบาตข้าวสาร อาหารแห้ง ประมาณ 500 รูป เสร็จพิธีตักบาตรเทโวแล้วก็จะเป็นกิจกรรมทอดผ้าป่า
ซึ่งประชาชนจะได้จัดตั้งพุ่มผ้าป่าไว้แต่ละบ้าน
โดยจัดสิ่งของเครื่องใช้จำเป็นสำหรับพระภิกษุ สามเณร พร้อมผ้าอาบน้ำฝน
และปัจจัยตามศรัทธา พระภิกษุ สามเณร
ที่ได้รับสลากก็จะไปพิจารณาผ้าป่าที่จัดไว้ตามบ้านของประชาชน เสร็จจากงานทอดผ้าป่าก็จะมีขบวนแห่เรือพระบกที่จัดตกแต่งสวยงาม
แห่โล่และถ้วยพระราชทาน ผ่านเส้นทางถนนหลังสวนไปสู่สถานที่เปิดงานประจำปี ซึ่งพุทธศาสนิกชน
และผู้สนใจร่วมกิจกรรมสามารถประสานงานกับเทศบาลเมืองหลังสวน
ในการร่วมงานบุญประจำปีครั้งนี้ได้ สำหรับการแข่งขันเรือยาวจะมีตั้งแต่วันที่ 17
ตุลาคม ถึงวันที่ 21 ตุลาคม 2559
การร่วมกิจกรรมของประชาชนที่สืบทอดกันมากว่า
100 ปี และปีนี้เป็นปีที่ 173 นับว่าต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจกันอย่างสำคัญ
และคนรุ่นหลังจะต้องหวงแหนรักษาให้งานนี้มีอยู่สืบไปนานเท่านาน ทั้งนี้หากประชาชนละเลย ไม่ได้คิดถึงปรัชญาของการจัดงาน ที่จะต้องอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม
เพื่อให้มีป่าไม้มากพอที่นำไม้มาขุดเรือยาวได้
มีน้ำในแม่น้ำหลังสวนมากพอที่จะใช้ในการแข่งขันเรือยาวได้ และเป็นสายน้ำที่สะอาด
สวยงาม ปลอดภัย กับทั้งมีพระศาสนาที่ชาวพุทธทั้งหลายจะได้พึ่งพาในการกำหนดใจให้สงบ
สันติ มีความสุข
เราทุกคนจึงต้องร่วมมือกันในการปลูกต้นไม้ รักษาป่า
รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง ร่วมกันส่งเสริมกิจการพระศาสนา
สนับสนุนพระภิกษุ สามเณร ในการศึกษาพระธรรมวินัยและการเผยแผ่พระศาสนาเพื่อให้การร่วมใจของเราทุกคนรักษาความเป็นไทย
สืบทอดวัฒนธรรมปะเพณีเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันให้ยั่งยืนสืบไป
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น