วันศุกร์ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2559

๑ ตุลาคม ๒๕๕๙

๑ ตุลาคม ๒๕๕๙

............................ แรมสิบห้าค่ำเดือนสิบทิพยสมัย วันสารทไทยเราไปวัดทำบุญก่อน หนึ่งตุลาคมเสาร์นี้มากมีพร ส่งสะท้อนให้สุขสันต์กันทุกคน
........................

สามเณรยอดนักสู้



ทุ่มเท ทุกวันหวัง  ให้งานยังประโยชน์หมาย
เหงื่อหยด หลั่งเป็นสาย  ให้เพริศพราย ความใฝ่ฝัน

จักสู้ สร้างมนุษย์  ผู้ปริสุทธิ์ อย่างสร้างสรรค์
สืบทอด มหาธรรม์  เพื่อปันสุขให้สังคม


สามเณรยอดนักสู้


        สามเณรยอดนักสู้วัดขันเงิน  (พระอารามหลวง)  ตำบลวังตะกอ  อำเภอหลังสวน  จังหวัดชุมพร




วันพฤหัสบดีที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2559

ได้เวลา




ได้เวลาวัฒนธรรมมากำหนด
แต่งเติมบทบาทเมืองให้เฟื้องฟุ้ง
ต้องอาศัยความร่วมมือหมายบำรุง
เพื่อจรุงปรุงใจ ให้จำเริญ




ได้เวลา

ป้าย

ป้าย.

.......


ที่บ้านอื่น เมืองอื่นเขาทำได้
กำหนดป้ายเป็นระเบียบดังที่เห็น
บ้านเมืองเราทำลำบาก แสนยากเย็น
เราจึงเห็นมีแต่ป้ายรกรุงรัง





ตะวันขึ้นที่อ่าวพังงา


ตะวันงามยามเช้าสกาวฝัน
ปลุกชีวันให้ชื่นมาตื่นเห็น
เรือลำน้อยสร้างสีสันสายน้ำเย็น
จนภาพเด่นด้วยเงาแสงสุรีย์





ตะวันขึ้นที่อ่าวพังงา

๓๐ กันยายน ๒๕๕๙


๓๐  กันยายน  ๒๕๕๙


..............................

ศุกร์สุดท้ายสามสิบกันยายน
ให้สุขล้นลาภมีโชคดีใหญ่
ให้ได้ทรัพย์ล้ำค่ามหาชัย
ให้ชีพใสปลอดภัยนิรันดร

............................

เมิองผลไม้

เมืองผลไม้
.................

ตลาดผลไม้เมืองหลังสวนในอดีต
ยังงดงามให้ขีดเขียนตามสมัย
เห็นภาพนี้วิถีแท้ถ่ายทอดไป
จดจารไว้ให้รำลึกนึกถึงกัน

๒๙  กันยายน  ๒๕๕๙

ทำกันเอง


ทำกันเอง..

....................

โลกที่ร้อน ร้อนได้ให้คนทุกข์
ป่าถูกบุกรุกร้างสร้างเงื่อนไข
โรงงานเผาเป่าควันทุกวันไป
รถยนต์ไล่บนถนนพ่นหมอกควัน

ล้วนเป็นเหตุที่ทำให้โลกร้อน
แอร์ห้องนอนนอนสบายให้คนฝัน
ร้อนทั้งโลกเพราะรุกเย็นแย่งชิงกัน
มนุษย์สรรค์สร้างทุกข์ทำกันเอง..

..........................

ดิน..


ดิน..

...................

เป็นก้อนดินก้อนน้อยร้อยหมื่นก้อน
รวมตะกอนกอบเป็นแผ่นดินใหญ่
ดินทุกแห่งแตกระแหงเพราะแล้งไป
หากแล้งใจไร้น้ำก็ซ้ำเติม

หวังรวมดินทุกก้อนมาเป็นกอบ
รินน้ำตอบเชื่อมไว้เป็นแรงเสริม
เป็นผนึกดินเดียวดีดังเดิม
จักต้องเริ่มอย่างจริงจังอย่าชังกัน

เป็นดินแตกแยกยับลืมลับค่า
พึงกลับมารวมกันใหม่ด้วยใจมั่น
เพื่อประโยชน์ดินใหญ่ค่าอนันต์
คิดสร้างสรรค์เพื่อวันใหม่ที่มั่นคง

ดินก้อนน้อยร้อยหมื่นก้อนก็มีค่า
ปรารถนาด้วยยินดีที่สูงส่ง
หวังฝันไว้ได้รวมดินตามจำนง
ทุกประสงค์จะสำเร็จได้ดังใจ..

.........................

๒๙  กันยายน  ๒๕๕๙

วันพุธที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2559

๒๙ กันยายน ๒๕๕๙


๒๙  กันยายน  ๒๕๕๙

.................................

พฤหัสบดีที่ยี่สิบเก้า
ให้เป็นเช้าของวันที่สุขศรี
ให้มิ่งมิตรคิดหมายได้ยินดี
ให้สุรีย์ส่องสว่างได้อย่างใจ

..................................

ปันคำ


ปันคำ..


.......................

พืชกินได้ให้ชีวิตวิเศษสุด
ใครไปหยุดวิถีนี้ชีวีสลาย
ประชากรโลกล้นล้วนอดตาย
แหล่งอาหารเป็นที่หมายของทุกคน

พืชกินไม่ได้ให้ราคาจนค่าหด
โศกสลดหมดใจได้แต่ก่น
ไม่มีใครให้พึ่ง พายากจน
ต้องพึ่งตนเท่านั้นจึงปันคำ

.......................

คงเจริญ

คงเจริญ...

..........................
     คนหนึ่งโค่น คนหนึ่งปลูก หวังลูกไม้
     คนหนึ่งขาย แร่สิ้น จนดินสูญ
     คนหนึ่งชักน้ำไป ใช้ไพบูลย์
     อีกคนหนึ่งอาดูร สูญพืชพันธุ์
     คนหนึ่งปลูก หวังป่า รักษาโลก
     อีกคนบริโภคไป จนไพรบั่น
     คนหนึ่งนั่งคอยฝน จนทุกข์ทัณฑ์
     อีกคนนั้น นั่งห้องแอร์ แหม สบาย
     คนหนึ่งมอง ท้องฟ้า เป็นสวรรค์
     อีกคนนั้น มองท้องฟ้า น่าเบื่อหน่าย
     คนหนึ่งร้อน อาทิตย์ส่อง เจียนใกล้ตาย
     อีกคนขาย พลังงาน โซลาร์เซล
     เมื่อต่างคน ต่างมอง คนละอย่าง
     จับจิตวาง คิดเหตุผล พ้นทุกข์เข็ญ
     คิดประโยชน์ อย่างไร จะสุขเย็น
     ถ้าคิดเป็น ประเทศนี้ คงเจริญ..

     ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๕๙

ฝัน


ฝัน..

....................

เสียงเห่าหอนโหยหาประสาสัตว์
ฟังได้ชัดไม่ขัดใจ ไม่กล่าวหา
ธรรมชาติสร้างไว้เป็นธรรมดา
เป็นภาษาธรรมชาติของชีวิต

มันบ่งบอกว่าบ้านเมืองยังมีสัตว์
เสียงเห่าหอนยามสงัด ใ่ช่ว่าผิด
มันปลุกให้ตื่นมานั่งพินิจ
ให้ครุ่นคิดว่าเห่าหอนกันทำไม

เสียงเห่าหอนโหยหา เงียบไปแล้ว
ภวังค์แว่วมันเห่าหอนกันไฉน
มันเห่าคน เห่าสัตว์อื่น ตื่นตกใจ
จึงสงสัยให้สืบสาวเรื่องราวกัน

มีเสียงหริ่ง เรไรดังหริ่งหริ่ง
มากลบทิ้งเสียงอื่นจนชื่นขวัญ
ลมเย็นเยียบแผ่วมาต้องผิวพลัน
จนตื่นฝันอันงดงามตามลำนำ..

...............................

๒๘  กันยายน  ๒๕๕๙

ภาษา

ภาษา..

...................

ภาษาคำ ภาษากลอน มันย้อนยอก
ความหมายบอกสารพัน เกินสรรหา
การแปลความตามคำ อักขรา
อาจหมายว่า อย่างอื่นไม่ฝืนใจ

ความหมายมีมากมาย ขยายฝัน
พระคือพร หรือ วร นั้นก็ได้
พระใช่หมายแต่บุคคล หรือคนใด
พจนานุกรมบอกไว้ อย่างชัดเจน

ขอให้พระคุ้มครองให้ต้องจิต
ใช่จะผิดจริตพุทธ อย่างที่เห็น
มัชฌิมาปฏิปทา คือประเด็น
ให้สุขเย็น ดั่งใจ ในรสธรรม

ความหมายแคบ ความหมายกว้าง ไม่ขวางกั้น
จักแปลกันอย่างไรให้สุขล้ำ
แปลอย่างไหนได้ค่าน่าจดจำ
และน้อมนำมาใช้ให้ยินดี..
...............................
๒๘  กันยายน  ๒๕๕๙

หมายเหตุ..บทร้อยกรองนี้เขียนขึ้นเพื่ออธิบายความของภาษา
                  และเพื่อเป็นการบอกย้ำในหลักธรรมคำสอนของพระพุทธองค์
                  ในการนำหลักธรรมคำสอนมาปฏิบัติในแนวทางมัชฌิมาปฏิปทา

วันอังคารที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2559

คิดต่าง..

    คิดต่าง...

    ......................

    จะสรรหา ประชาธิปไตย ทำไมเล่า

    เมื่อไม่เข้าใจ อะไร ไร้เหตุผล
    คิดล้างบาง สร้างความเหมือน ไปทุกคน
    เมื่อมวลชน คิดต่าง ไม่วางใจ

    ความแตกต่าง ทางความคิด ใช่ผิดเถื่อน

    จะขับเคลื่อน เดินหน้า หาสิ่งไหน
    การเคารพมติ ที่แตกไป
    เสียงไหนใหญ่ เสียงไหนน้อย ค่อยรับรอง

    เหมือนบทกลอน บทนี้ ที่คิดต่าง

    ใช่คิดสร้างปัญหา ให้หม่นหมอง
    นี่แหละ ประชาธิปไตย ในครรลอง
    ที่จะต้อง พิจารณา และรับฟัง

    จะเห็นด้วย ไม่เห็นด้วย เป็นความเห็น

    ใช่คิดเค้น ให้ยอมรับ ไปทุกครั้ง
    รัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่ ใครจริงจัง
    ใครกลบฝัง ความเลวร้าย น่าอายเอย


    ๒๘ กันยายน ๒๕๕๘

ประกาศ

ประกาศ..

................


ประกาศคณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติ

เรื่อง หลักเกณฑ์ในการตรวจพิจารณาวีดิทัศน์และสื่อโฆษณา พ.ศ. ๒๕๕๒

http://app-thca.krisdika.go.th/Naturesig/CheckSig?whichLaw=law2&folderName=%c008&lawPath=%c008-2e-2552-a0011
พระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ. ๒๕๕๑
http://app-thca.krisdika.go.th/Naturesig/CheckSig?whichLaw=law2&folderName=%c008&lawPath=%c008-20-2551-a0001

ข้อ ๘ ในกรณีที่คณะกรรมการพิจารณาแล้วเห็นว่า วีดิทัศน์ที่ขออนุญาตมีเนื้อหาเป็นการบ่อนทำลาย ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือกระทบกระเทือนต่อความมั่นคงของรัฐและเกียรติภูมิของประเทศไทย ให้คณะกรรมการแจ้งให้ผู้ยื่นคำขออนุญาตดำเนินการแก้ไขหรือตัดทอนเนื้อหาดังกล่าวออก
หากผู้ยื่นคำขออนุญาตไม่ประสงค์จะแก้ไขหรือตัดทอน ให้คณะกรรมการมีคำสั่งไม่อนุญาตให้นำวีดิทัศน์ดังกล่าวออกเผยแพร่ในราชอาณาจักร

ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขออนุญาตยินยอมแก้ไขหรือตัดทอนเนื้อหาดังกล่าว ให้คณะกรรมการอนุญาตให้นำวีดิทัศน์ดังกล่าวออกเผยแพร่ในราชอาณาจักร


ข้อ ๙ ให้สำนักงานแจ้งผลการพิจารณาของคณะกรรมการเป็นหนังสือให้ผู้ยื่นคำขออนุญาตทราบ และให้แจ้งสิทธิอุทธรณ์ในกรณีที่ผู้ขออนุญาตไม่เห็นด้วยกับผลการพิจารณาตามข้อ ๖ ข้อ ๗ หรือข้อ ๘

"""""""""""""""""""

ผัก..

ผัก..

.............

ผักกินไม่ขาย ผักขายไม่กิน

เป็นความหมายหลักของเกษตรกรไทย

ในความหมายแรก หมายความว่า ผักที่ปลูกไว้กินเอง ปลอดเคมี ปลอดภัย ปลูกไว้แต่พอกิน ไม่ขายให้ใคร เพราะของมีน้อย ส่วนผักที่ปลูกไว้ขายเต็มไปด้วยเคมีอันตราย รู้อยู่แก่ใจ เอาไปขายให้คนอื่นกิน 
แต่ตนเองไม่กิน

จึงเป็นนิยามว่า "ผักกินไม่ขาย ผักขายไม่กิน"



ในอีกความหมายหนึ่ง หมายความว่า เกษตรกรไทย ไม่นิยมปลูกผัก หรือพืชที่กินได้ แต่กลับไปนิยมปลูกพืชผักที่กินไม่ได้ เช่น นิยมปลูกยางพารา ปาล์มน้ำมัน ซึ่งเมื่อมีผลผลิตแล้ว จำเป็นต้องไปขายให้กับกลุ่มทุน ที่มีโรงงานแปรรูป คือต้องไปพึ่งคนอื่น ก็ถูกกดราคาเสมอมา

ไม่สนใจปลูกพืชผักที่กินได้ ทั้งๆที่ประชากรโลกเพิ่มขึ้นทุกวัน และต้องการอาหารมากขึ้นๆ ตามจำนวนประชากรของโลกที่เพิ่มขึ้น และปัจจุบัน การคมนาคมขนส่ง สะดวกมากกว่าแต่ก่อน การกดราคาผลผลิตของกินได้ทำได้ยากขึ้น เพราะมีความต้องการมาก และมีการแข่งขันของตลาดมากขึ้น แต่เกษตรกรไทยยังไม่สนใจผักกินได้

"ผักกินไม่ขาย ผักขายไม่กิน" จึงเป็นอีกความหมายหนึ่งของนิยามนี้


.......................................

๒๘ กันยายน ๒๕๕๙


๒๘  กันยายน  ๒๕๕๙..

..............................

ยี่สิบแปดกันยายนแล้วซินะ
ขอให้พระคุ้มครองไม่หมองหม่น
วันพุธนี้ให้มีชัยสุขใสกมล
ได้ทรัพย์จนพอใจให้เปรมปรีดิ์.

................................

บันทึกศาลเจ้าเค่งจิวกงโตะ


บันทึกศาลเจ้าเค่งจิวกงโตะ

..................................

สืบเนื่องจากการได้รับมอบหมายจากสันนิบาตองค์กรชาวไหหลำภาคใต้     ให้ศาลเจ้าเค่งจิวกงโตะ (ศาลเจ้าขันเงิน)  อำเภอหลังสวน  จังหวัดชุมพร   เป็นเจ้าภาพในการจัดประชุมสันนิิบาตองค์กรชาวไหหลำภาคใต้  ครั้งที่ ๑๑ ในเดือนกรกฎาคม ๒๕๓๖      ซึ่งนับว่าเป็นเกียรติอย่างยิ่งของชาวอำเภอหลังสวนทุกคน ที่ได้รับมอบหมายภาระหน้าที่ดังกล่าวนี้

ทั้งนี้ คณะกรรมการศาลเจ้าเค่งจิวกงโตะ (ศาลเจ้าขันเงิน)  อำเภอหลังสวน  จังหวัดชุมพร  ได้ประชุมปรึกษา และมีมติให้จัดการการประชุมสันนิบาตองค์กรชาวไหหลำภาคใต้  ในวันเสาร์ที่  ๒๔  กรกฎาคม  ๒๕๓๖  ณ  ที่ประชุมของศาลเจ้าเค่งจิวกงโตะ

องค์กรชาวไหหลำที่อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร  เป็นกลุ่มองค์กรเล็กๆ ที่รวบรวมญาติมิตรชาวไหหลำที่ได้อพยพมาจากผืนแผ่นดินใหญ่เมื่อครั้งแผ่นดินร้อน จากภัยธรรมชาติ และภัยสงครามล่าอาณานิคมในอดีต  และลูกๆหลานๆของญาติมิตรที่สืบเลือดเนื้อเชื้อไขภายใต้ร่มพระบรมโพธิสมภารของพระมหากษัตริย์ไทย   จนเติบโตเป็นทายาทสืบทอดวัฒนธรรมประเพณีให้ยังคงเหลืออยู่     เป็นมรดกของสังคมต่อไป

ศาลเจ้าเค่งจิวกงโตะ (ศาลเจ้าขันเงิน)    เป็นศูนย์รวมน้ำใจของพวกเราญาติมิตรชาวไหหลำที่อำเภอหลังสวนมาช้านานแล้ว

หลักฐานยืนยันจากตำบอกเล่า จากแผ่นศิลาที่จารึกข้อความเกี่ยวกับการก่อตั้งศาลเจ้าแห่งนี้    รวมทั้งเกี้ยวเจ้าแม่องค์หนึ่ง  ที่ผู้ศรัทธาได้สร้างถวายให้กับศาลเจ้า    บ่งบอกความได้ว่า ศาลเจ้าเค่งจิวกงโตะ มีประวัติอายุการก่อตั้ง และก่อสร้างเป็นศาลเจ้ามานาน        

แต่ด้วยเหตุที่มิได้มีการบันทึกรวบรวมรายละเอียดที่เกี่ยวกับประวัติของศาลเจ้าเค่งจิวกงโตะมาก่อนเลย กับทั้งบรรพชนผู้ร่วมก่อตั้งก่อสร้างศาลเจ้าแห่งนี้ ก็ได้ล้มหายตายจากไปนานแล้ว   คนรุ่นหลังๆ ที่เหลือพอจะจำความได้บ้าง ก็แก่ชรามาก จนยากจะนึกย้อนทบทวนความแต่หนหลังได้

(ยังมีต่อ)

สันติธรรม

สันติธรรม
..................
โอ้มังกร กรายร่าง ย่างมาเหยียบ
หนาวยะเยียบ ยังไม่สิ้น แผ่นดินชุ่ม
น้ำมากมาย หมายมาเยี่ยม พายุรุม
อุระกลุ้ม กลัวน้ำ มาย่ำยี

ประชาชน จนตรอก เหมือนคอกล้อม
จำต้องยอม อยู่อย่างขลาด ไม่อาจหนี
จนที่อยู่ ที่กิน จนทั้งปี
ทรัพย์สินมี เหมือนสิ้นค่า น่าอาดูร

สภาใหญ่ ผู้ทรงเกียรติ เก่งแต่ปาก
ทรัพยากร หลายหลาก ละลายสูญ
น้ำลายท่วมคุณความดี ทวีคูณ
ทุกข์เพิ่มพูน ทับราษฎร์ อนาถใจ

หยุดโต้แย้ง แย่งหน้า มาโผล่กล้อง
หยุดไปส่อง กะโหลก กันเสียใหม่
เป็น ส.ส. เป็น ส.ว. เป็นทำไม
ถ้าหากไม่ แก้ไข ปัญหาเมือง

ประชาชน ทนทุกข์ มานานนัก
รอความรัก ความเข้าใจ ในทุกเรื่อง
ร่วมเปลี่ยนแปลง เปลี่ยนไทย ให้รุ่งเรือง
หยุดแยกเหลือง แยกแดง กลั่นแกล้งกัน

ความเป็นธรรม  ความถูกต้อง อยู่ที่ไหน
ความเป็นไทย มีแต่สีที่สร้างสรรค์
ร่วมสร้างชาติ เชื้อไทย ให้พร้อมพลัน
นำสันติธรรมนั้น กลับคืนมา
...........................................

      25 กุมภาพันธ์ 2555

รำลึก

รำลึก..

..............

สายเลือดข้นคำนึงถึงทวดปู่
ที่กอบกู้ก่อสร้างวางฐานไว้
สร้างศาลเจ้าเค่งจิวกงโตะให้
เป็นศูนย์รวมน้ำใจไหหลำเรา

วัฒนธรรมประเพณีที่ยึดมั่น
จะร่วมกันสืบสานจากกาลเก่า
ไม่จืดจางศรัทธารักษาเอา
ให้ศาลเจ้าเค่งจิวกงโตะคง

บรรพชนบรรพกาลร่วมสานสร้าง
เป็นแบบอย่างให้ลูกหลานไม่ลืมหลง
ให้รักถิ่นยินดีศักดิ์ศรีวงศ์
เป็นศูนย์ส่งเสริมความสามัคคี

เพื่อไหหลำรำลึกให้ลึกล้ำ
เพื่อน้อมนำความสุขให้ทุกที่
เพื่อยืนยันคุณค่าคุณความดี
ศาลเจ้านี้จะมีมั่นนิรันดร...

กฤษณะ  ฉายากุล
24 กรกฎาคม 2536

........................

หมายเหตุ .. บทร้อยกรองนี้เขียนขึ้นเพื่อเป็นบทรำลึกในหนังสือที่ระลึก
                    งานประชุมสันนิบาตองค์กรชาวไหหลำภาคใต้ ครั้งที่ 11

ขึ้นโขน ชิงธง


ขึ้นโขน ชิงธง..

..........................

กว่าจะถึงวันงาน อันตื่นเต้น

ต่างเคี่ยวเข็ญ ฝึกซ้อม จนพร้อมมั่น
ซึ่งต่างหมาย ชิงชัย ชิงธงกัน
หนึ่งเดียวนั้น ที่หลังสวน ประเทศไทย...

............................


หมายเหตุ..งานประเพณีแห่พระแข่งเรือขึ้นโขนชิงธง
                  ชิงโล่และถ้วยพระราชทาน
                   ณ สนามแข่งเรือแม่น้ำหลังสวน
                   ๑๗- ๒๑  ตุลาคม  ๒๕๕๙
                   
                   กิจกรรมของงานมีมากมาย
                   ตามรายละเอียดการประชาสัมพันธ์ที่ติดตามได้ในสื่ออื่นๆ

อคติ..

    อคติ..

..............................
    อคติ ที่ติด จริตร้าย
    มันทำลาย จิตใจ ให้รุ่มร้อน
    สามัคคี ห่างหาย ให้สังวรณ์
    ความเป็นไทย ถูกสั่นคลอน ด้วยขุ่นเคือง

    จะขัดแย้ง แบ่งข้าง กันอย่างนี้

    ทุกเวลา นาที มิเข้าเรื่อง
    ควรต้องมอง เหตุผล ประโยชน์เมือง
    ว่าใครเฟื่องฟูคน จนเป็นธรรม

    ปลอดปัญหา ทรัพยากร ที่ซ่อนเร้น

    เปิดประเด็น เหมืองไป ใครชื่นฉ่ำ
    ใครทุกข์ยาก ลำเค็ญ เกินกล่าวคำ
    ใครน้อมนำ ความจริง มาเปิดโปง

    อคติ ที่ติด จริตนั้น

    ไมตรีมัน มืดบอด ไม่ปลอดโปร่ง
    จนไม่เห็น คนทำลาย และคนโกง
    เก่งผูกโยง กล่าวหา คนลอย ลอย..

    ๒๗ กันยายน ๒๕๕๘

๒๗ กันยายน ๒๕๕๙


๒๗  กันยายน  ๒๕๕๙

...............................

วันอังคารที่ยี่สิบเจ็ด
ให้สำเร็จสมหวังดั่งใจหมาย
กันยายนทั้งเดือนให้เพริศพราย
สุขสบายยินดีมิกังวล..


..............................

วันจันทร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2559

ค่ำคืน

ค่ำคืน..





ค่ำคืน เงียบเหงา 
เรือนงามในเงาของเมืองฝัน
เดือนเพ็ญเด่นอยู่เพียงบางวัน
ใกล้ถึงวันคืนเหย้าในวันแรม

แรมหนึ่งคำเดือนสิบเอ็ด
วันพระเสด็จมาโปรดให้ยิ้มแย้ม
เมืองฝันจักคืนกลับจนวับแวม
แต่งแต้มด้วยผู้คนจนตระการ

ทะลึ่ง..

ทะลึ่ง..
................
อุโมงค์เอยอุโมงค์มากโครงไม้
กิ่งและใบแผ่ขยายปกคลุมถนน
ความงดงามร่มเย็นได้เยี่ยมยล
จะอยู่ทนกี่สมัยให้ตะลึง

ความเป็นจริงกับความฝันอันบรรเจิด
ใครละเมิดธรรมชาติบังอาจทะลึ่ง
ให้อุโมงค์โครงไม้มันล้มตึง
เหลือเพียงหนึ่งความฝันอันพราวพราย..

๒๘  เมษายน ๒๕๕๙



ยุง..


ยุง..

...............

มันบินว่อน ร่อนโฉบฉวัดเฉวียน
บินวนเวียนหาช่องจ้องที่หมาย
ได้จังหวะ กะกัด ได้ง่ายดาย
เพียงผิวกายเกาะเจาะ เลาะเลือดไป

เสียงวู้วู้ อู้อี้  เร็วรี่นัก
ปากแหลมปัก แทงผิว เลือดก็ไหล
อิ่มตัวอ้วนเพียงแพร็บเดียว ก็บินไกล
กลับมาใหม่ เจาะกัด กินเลือดเรา

ไม่มีกลัวว่าใครจะใหญ่ยิ่ง
ยังแน่นิ่ง โจมตี ที่หมายเก่า
ถึงถูกฟาด ถูกตี ถูกบี้เอา
ก็ยังเร้าเร่งรุกสนุกมัน

ยังหมายมุ่งพุ่งมาสู่ที่หมาย
ที่ร่างกายฉ่ำเลือดเป็นแม่นมั่น
วู้วู้ อู้อี้ ปรีปราดพลัน
จนกว่ามันจะตาย ช่างร้ายจริง..

.........................
๒๖  กันยายน  ๒๕๕๙

หมายเหตุ.. เป็นจินตนาการที่บอกถึงความไม่กลัวสิ่งใดของยุง
                   หน้าที่ของมันคือกินเลือดของสัตว์อย่างมุ่งมั่น

ปลุก

ปลุก..

...................

มันถึงยุค ปลุกคน ให้แบ่งข้าง
ก่อนนี้สร้าง กระแส การเมืองชั่ว

วันนี้ปลุก เอ็นจีโอ โก้เกินตัว
ตีข่าวมั่ว แบ่งคน ทำลายกัน

เหยียบให้ยับ ดับเด่น เป็นเรื่องเรื่อง

แบ่งแดงเหลือง แบ่งการเมือง แล้วก็ปั่น
ให้แตกแยก แปลกความคิด ผิดใจพลัน
ตามเชิงชั้น ผู้ปกครอง มองการณ์ไกล

วันนี้ปั่น ให้คนเกลียด เอ็นจีโอ

ว่าทำโก้ ได้เงิน มาจากไหน
เพียงหวังแยก กลุ่มความคิด คัดค้านใคร
ผู้ฝักใฝ่ ผลประโยชน์ ประชาชน

ถึงเวลา แบ่งขั้ว ขยายข้าง

จะคิดสร้าง กระแสไหน ให้เกิดผล
ปลุกปั่นเถิด ปลุกปั่น ก่อนจำนน
เพราะผู้คน เขารู้ทัน กันหมดแล้ว.


กฤษณะ ฉายากุล

30 สิงหาคม 2559


ความลับ 1

    ความลับ 1
     ..................

    ความลับของหลวงพ่อ พระราชญาณกวี (บช. เขมาภิรัต)
    ความลับของหลวงพ่อ
    ความลับในพรรษา

หลวงพ่อจะลงทำวัตรเย็นในพรรษาตลอดพรรษา
ให้โอวาทพระภิกษุสามเณร สิ่งที่ท่านย้ำพร่ำเตือนเสมอคือ

“เราเป็นผู้รักษาศีล เป็นผู้ที่ได้รับการยอมรับว่าปฏิบัติชอบ เป็นที่พึ่งทางใจของญาติโยม"

ดังนั้นเราต้องมีจริยวัตรอย่างผู้ทรงศีล
ตามแบบอย่างของพระผู้ใหญ่ที่ปฏิบัติไว้อย่าถูกต้องดีแล้ว

โดยเฉพาะจริยวัตรของสงฆ์ที่ต้องสวดมนต์ ไหว้พระ รักษาศีล มีกิริยาสำรวม
เป็นแบบอย่างแก่ญาติโยม

ดังนี้แล้วจะทำให้ได้ชื่อว่าเป็นสงฆ์ ผู้เป็นสาวกของพระพุทธเจ้าอย่างแท้จริง


เล่าโดยพระอาจารย์มหาจันทร์

ความลับ

ความลับ..

..................

ความลับของหลวงพ่อพระราชญาณกวี (บช. เขมาภิรัต)
ความลับของหลวงพ่อ
ทางโลก – ทางธรรม

    หลวงพ่อมีความสนใจธรรมะ ท่านจึงพยายามสร้างโรงเรียนสอนบาลี
    ท่านกล่าวเสมอๆว่า การศึกษาสามัญในโรงเรียนและที่อื่นๆ
    มีความเจริญก้าวหน้าอย่างยิ่ง

    แต่การศึกษาทางธรรมค่อยๆลดถดหายไปเรื่อยๆ
    หากการศึกษาสามัญสอนให้คนฉลาดทางโลก
    มีความเจริญทางวัตถุ แต่ไม่มีความรู้ทางธรรม
   
    ก็จะเกิดการคดโกงมากขึ้น 
    เกิดการทำผิดศีลธรรมมากขึ้น

ไม่มีความสมดุลทางการศึกษา ต่างจากสมัยก่อนที่เรียนทางธรรมควบคู่กับทางโลก
ทำให้คนสมัยก่อนมีคุณธรรมในการเจริญชีวิตมากกว่าปัจจุบัน

นอกจากนี้การศึกษาทางธรรมมีคนสนใจน้อยในปัจจุบัน สาเหตุหนึ่งเพราะไม่มีสถานที่
นี่คือแรงบันดาลใจส่วนหนึ่งของท่านที่ต้องการสร้างคนให้มีความรู้คู่คุณธรรม

โดยการริเริ่มสร้างโรงเรียนสอนบาลีที่วัดขันเงิน..

เล่าโดยพระอาจารย์มหาจันทร์

ไร้ที่ยืน...



    ไร้ที่ยืน...

    .............................
    ใคร..ย่ำยี ประชาธิปไตย จนใจขื่น
    ไร้จุดยืน  โยกไป ไม่แน่วแน่
    อ้างเคียงข้าง ประชาชน  แต่ใจแปร
    เป็นคนแค่ สร้างภาพ  ลำพองตน

    ยังออกปาก  กล่าวร้าย ไม่อายปาก
    มาเป็นขวาก ขวางไฉน ไร้เหตุผล
    ประชาธิปไตย ใช่ของคุณ  ของทุกคน
    ไยบอกบ่น  ห้ามใช้  ทำไมกัน

    การเลือกตั้ง เป็นเกณฑ์ กำหนดเลือก
    คัดเอาเปลือก กระพี้ออก  เอาแก่นมั่น
    เป็นหลักเกณฑ์ ประชาธิปไตย มานานวัน
    เป็นหลักปัน ประโยชน์ใหญ่  ให้ปวงชน

    ใคร..ย่ำยี ประชาธิปไตย  ไม่สำนึก
    ยังคิดคึก เล่นคำ จนปี้ป่น
    ใครสับปลับ ใครปล้นชาติ  ชิงชังชน
    จนถนน ประชาธิปไตย ไร้ที่ยืน...

    ๒๙  เมษายน  ๒๕๕๙

วันอาทิตย์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2559

๒๖ กันยายน ๒๕๕๙


๒๖  กันยายน  ๒๕๕๙

..............................

ถึงวันจันทร์วันที่ยี่สิบหก
ให้ธรรมปกป้องใจให้สุขล้น
ให้สบายกายและจิตทั้งกันยายน
ให้ปลอดพ้นโรคภัยไม่กล้ำกราย












..............................

วิกฤต..

    วิกฤต..

   .............

    วิกฤตน้ำ มาแล้ว ไม่แคล้วคลาด
    แม้ขนาด มีแม่น้ำ อยู่ใกล้ ใกล้
    เมื่อทะเล หนุนน้ำเค็ม สูงขึ้นไป
    เมื่อพงไพร ไม่มีน้ำ ไหลลงมา

    ผลกระทบ ทุกสิ่ง สารพัด
    ฝนผิดนัด ไม่มีน้ำ จากฟากฟ้า
    กี่พืชพันธุ์ รอน้ำ ตามโชคชะตา
    กี่ชีวิต ดิ้นรนหา ชลาลัย

    ธรรมชาติ ถูกทำร้าย จนกลายฤทธิ์
    จนชีวิต ต้องร้อนรน ครั้งยิ่งใหญ่
    จนโลกร้อน แห้งแล้ง กว่าคราใด
    สวน นา ไร่ ต้องกังวล หาชลธาร

    วิกฤตนี้ มีให้เห็น เป็นประจักษ์
    จนทุกข์หนัก ต้องห่วงใย ไปทุกบ้าน
    ต้องทบทวน ถึงภัยร้าย ที่คืบคลาน
    อีกกี่กาล จะคืนคลาย ร้ายให้ดี...

    ๖
พฤษภาคม ๒๕๕๙

ลุง...

    ลุง...

   ...............

    ลุงจากไปแต่ร่างอย่างสงบ
    ความดีครบ ยังอยู่ถ้วน ให้หวนหา
    ผลงานมี วิถีแท้ ไม่โรยรา
    สวยสง่า ชื่อกำนัน จนวันไกล

    กำนันคล่อง อบแพทย์ ในใจราษฎร์
    ช่วยงานชาติ ตลอดชีพ อย่างยิ่งใหญ่
    ท่ามะพลา จึงเป็นเมือง ได้ดังใจ
    พัฒนา ทุกสมัย ตลอดกาล

    ทั้งงานวัด งานบ้าน งานไหนไหน
    ลุงต้องไป อยู่ด้วย ช่วยประสาน
    จนสำเร็จ เรียบร้อย ทุกการงาน
    เวลาผ่าน ไม่ลบลืม ผลงานลุง

    ลุงจากไป ไม่กลับ มาอีกแล้ว
    เหลือแต่แวว ความดี ที่เฟื่องฟุ้ง
    เหลือแบบอย่างชีวิต ให้คิดปรุง
    เอาอย่างลุงกำนันคล่อง ให้ต้องใจ...

    กฤษณะ  ฉายากุล

    ๗ ธันวาคม ๒๕๕๘

สี่สิบปี 6 ตุลาคม 2519..


สี่สิบปี 6  ตุลาคม  2519..

..................................

สี่สิบปี 6 ตุลาคม  2519
ความโศกเศร้า สูญเสีย ยังสืบสาน
ยังตระหนก อกสั่น  เหมือนวันวาน
เพียงเพิ่งผ่าน  จลาจล  อับจนใจ

เสียงคนรุก พลุกพล่าน ในถนน
เสียงปืนกล กราดก้อง  เสียงร้องไห้
เสียงคนหยาม ย่ำเหยียบ ความเป็นไท
เสียงคนไทย แหบแห้ง กลางนคร

เสียงคนหาญาติมิตร ชีวิตวอด
เสียงคำพรอดพร่ำบ่น คนทุกข์ร้อน
เสียงคนโหด สั่งฆ่า มิอาทร
เสียงทอดถอน หัวใจ ไยชิงชัง

สีสิบปี 6 ตุลาคม 2519
ยังรุกเร้า รุมใจ ไม่กลบฝัง
ใครหนอโหดร้ายรุกปลุกพลัง
ให้คนคลั่งทำร้าย ไทยด้วยกัน

สี่สิบปี ประเทศไทย ไยหยุดย่ำ
ยิ่งเพิ่มคำชิงชัง  ไม่สร้างสรรค์
ความทุกข์ร้อน เพิ่มทวี มิต่างกัน
ให้หวาดหวั่นว่าสงครามจะกลับมา
.....................................
๒๕  กันยายน  ๒๕๕๙

สมน้ำหน้า...

สมน้ำหน้า...

..........................

เมื่อป่าใหญ่ เปลี่ยนไป เป็นป่าหญ้า
สายธารา ก็เหือดหาย ไปทุกที่
ป่าของเมือง เปี่ยมสารพิษ และเคมี
เมื่อทุนชี้ โฆษณา ค้าผู้เดียว

ทั้งเมล็ดพันธุ์ สารเคมี ที่ผูกขาด
ครองตลาด ทุกสิ่งอย่าง บนฐานเดี่ยว
เศรษฐกิจ ประเทศไทย จึงลีบเรียว
ผลเก็บเกี่ยว ประโยชน์นั้น ไปให้ใคร

ความยากจน ข้นแค้น ที่รุมเร้า
ก็ผลักเอา ให้คน บุกป่าใหม่
เป็นวงจร วินาศ อนาถใจ
จนพงไพร ไม่เหลือให้เห็นรอย

เมื่อป่าใหญ่ มีแต่ เขาหัวโล้น
น้ำกระโจน ท่วมทันใจ ไม่ทันถอย
ถึงยามแล้ง แห้งโหด โอดสำออย
ใครนะคอย สมน้ำหน้า ประชาชน...

...............................

กฤษณะ ฉายากุล
๒๕ กันยายน ๒๕๕๘

ยืมมือ..


ยืมมือ..

..............................

อย่ายืมมือคนจนปล้นทรัพยากรชาติ

น่าอนาถ เมื่อป่าหาย กลายเป็นไร่
หลังจากนั้น ก็กว้านซื้อ แผ่นดินไป
รุกต่อไป รุกป่าใหม่ เพื่อใครกัน..

คนยากจน ยากไร้ ไร้ที่ถิ่น
ต้องหากิน ลำบาก มากขยัน
เพื่อตัวรอด ครอบครัวอยู่ สู้ฝ่าฟัน
หาเช้ากินสายัณห์ ทุกวันไป

สังคมจมไปในความทุกข์
รัฐช่วยปลุกให้มีชีวิตใหม่
ได้ที่ ถิ่นทาง หักร้างไพร
กี่สมัย ทุนใหญ่ กวาดที่ดิน

คนยากก็รุกป่าต่อไปอีก
หลบหลีก อำนาจรัฐ จนแรงสิ้น
ได้ที่ก็ขาย  เพราะต้องกิน
มากแผ่นดิน อยู่ในมือของกลุ่มทุน

วัฏจักร หักไพร ให้คนยาก
แต่เลวลาก มากชั่วสนับสนุน
ผืนดินของคนยาก ก็สิ้นบุญ
อิ่มเอมอุ่นหนุนทุนที่ครอบงำ..

...............................

๒๕  กันยายน  ๒๕๕๙

๒๕ กันยายน ๒๕๕๙


๒๕  กันยายน  ๒๕๕๙

..................................

ยี่สิบห้ากันยายนวันอาทิตย์
ให้มิ่งมิตรสุขสันต์สวัสดิ์ศรี
ให้จิตชื่นตื่นรับทรัพย์มากมี
ให้โชคดีมีชัยไม่เจ็บจน..

................................

วันเสาร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2559

เก็บกรุ..


เก็บกรุ..

............................

ละคอนนอก ละคอนใน ในอดีต
เขาก็ขีดเส้นกั้น แบ่งกันชัด
คนแสดง ก็ห่วงหวง ให้อึดอัด
มิให้ขัดจารีตประเพณี

โขน หุ่น หนัง วันนี้ ที่มีเห็น
ที่โลดเล่น เป็นเรื่อง ตามวิถี
แสดงกี่ครั้ง นับได้ ในหนึ่งปี
คุณค่ามีมากมาย จางหายไป

เพราะเนื้อหา จำกัด ตามบทพากย์
จึงเป็นขวาก ขวางกั้น อันยิ่งใหญ่
บทละคอน หุ่น หนัง โขน อันเกรียงไกร
มิทันสมัยตามโลก ที่เปลี่ยนแปลง

โลกมันเปลี่ยน ไปไกล ไม่หยุดอยู่
ภูมิความรู้ หากมิปรับ ให้กล้าแกร่ง
หนัง โขน ละคอน หุ่นที่แสดง
เหลือเป็นแหล่ง โบราณวัตถุ เก็บกรุกัน

.................................
๒๔  กันยายน  ๒๕๕๙





วันศุกร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2559

เมตตา...

เมตตา...
........................

จุดไฟในนคร จนร้อนรุ่ม
จนศพสุม ทุกมุมเมือง เป็นเมืองป่า
มีสงคราม ทำลายล้าง ไร้เมตตา
ไม่เห็นค่า ของมนุษย์ สุดรำพัน

เขาจะฆ่า เพื่อแย่งชิง อะไรนี่
ความปราณี มองไม่เห็น ในเมืองฝัน
เห็นผู้คน จลาจล กันทุกวัน
เขาห้ำหั่น เพียงคิดต่าง หรืออย่างไร

คนคิดเหมือนกันทั้งโลกไม่มีหรอก
อย่าเพียรกรอก ความคิด ความเชื่อให้
ปล่อยให้เขา คิดกันเอง บ้างเป็นไร
หยุดข่มใคร ให้คิดอย่าง ที่เราเป็น

อย่าจุดไฟ ในนคร กวาดต้อนเหยื่อ
ให้เขาเชื่อ โฆษณา อย่าบีบเค้น
ปล่อยให้โลก ที่รุ่มร้อน ผ่อนเป็นเย็น
จนทุกข์เข็ญ ค่อยหมดไป ในเมตตา..

กฤษณะ ฉายากุล

๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๘