วันเสาร์ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2559

ผ่าน..


ผ่าน..

..............

ผ่านเวลาผ่านเลยจนเกยข้าม
ทุกสิ่งความมิย้อนไปให้ปรารถนา
ผ่านไปแล้วแม้นแววใสในอุรา
มิอาจล่ากลับมาใหม่ให้ชื่นชม

ผ่านเวลาผ่านปีที่ครวญคิด
ผ่านชีวิตผ่านวิกฤตที่ขื่นขม
ผ่านความทุกข์ยากไร้ให้ตรอมตรม
ทุกอย่างจมกับเวลาที่ผ่านไป

มองหนทางข้างหน้าอย่าวิตก
ถึงแม้รกก็ฝ่าฟันมิหวั่นไหว
ถึงแม้โหดจะโลดแล่นมั่นแม่นใจ
จักก้าวไปข้างหน้าอย่างท้าทาย

สู้ต่อไปในวิถีมิท้อแท้
สู้แน่วแน่แต่วันนี้ไม่มีสาย
สู้จนถึงเส้นชัยในบั้นปลาย
มิเหนื่อยหน่ายไม่สับสนจนได้ชัย

............................
๑  มกราคม  ๒๕๖๐

นอนข้ามปี..?

นอนข้ามปี..?

...................

นอนข้ามปีมิได้เขาไล่ปลุก
ยังสนุกพลุประทัดนัดรัวเล่น
เหมือนสงครามจำลองจำใจเย็น
เขาตื่นเต้นกับเวลาที่เปลี่ยนไป

แค่เข็มนาฬิกาที่กระดิก
ปีเปลี่ยนพลิกจากปีเก่าเป็นปีใหม่
ตามสมมุติได้ฉลองสนุกใจ
เผาเงินไปให้ไฟแลบแอบยินดี

................................

สวัสดีปีใหม่  ๒๕๖๐  ครับ

วันศุกร์ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2559

รถไฟ..

             
                                                   อาคารสถานีรถไฟหลังสวน  จังหวัดชุมพร

รถไฟ..

................

ระบบรางวางใจไปทุกที่
รถไฟมีเส้นทางสู่เหนือใต้
อาคารงามตามที่เห็นแบบไทยไทย
ที่ติดต่อสื่อสารใจประชาชน

จะเลือกการเดินทางไปไหนไหน
จะเลือกชั้นรถไฟไม่สับสน
จากตั๋วแข็งแบบเก่าเร้าใจคน
เปลี่ยนหลายหนเป็นตั๋วแบบปัจจุบัน

จองล่วงหน้าก็ได้ไม่ยุ่งยาก
ไม่ลำบากระบบมีดีทั้งนั้น
รถไฟฟรีก็ยังมีให้เห็นกัน
รถปรับชั้นความเร็วสูงเรารอคอย

ระบรางคู่อยากรู้นัก
เมื่อใดจักได้ใช้ใจละห้อย
การเดินทางเร็วไวไม่ต้องคอย
จอดรอหลีกรอถอยให้เหนื่อยใจ

การรถไฟ เชื่อมไทยไปทุกที่
รอวันดีระบบรางสร้างสรรค์ใหม่
สร้างงาน สร้างสุข ให้คนไทย
เชื่อมต่อยุคสมัย การเดินทาง..

..................................
๓๑  ธันวาคม  ๒๕๕๙




ส.ค.ส. ๒๕๖๐.


                                            ต้นน้ำหลังสวน  ที่อำเภอพะโต๊ะ  จังหวัดชุมพร

ส.ค.ส. ๒๕๖๐..

............................

ส.ค.ส. ๒๕๖๐
ขอให้ทิพยพรสะท้อนหวัง
ให้เพื่อนมิตรมีความสุขอย่างจริงจัง
ให้เข้มขลังกำลังใจไม่แพ้พาล

ให้มีสุขภาพดีมิมีโรค
ไม่ทุกข์โศกซึมเศร้าเหมือนที่ผ่าน
ให้มีทรัพย์มากมีสำเร็จการ
ให้เบิกบานอุราตลอดไป

ให้พบทางสงบในภพนี้
ให้ชีวีสวยสง่าและสดใส
ให้ญาติมิตรยินดีสบายใจ
ให้ครอบครัวเติบใหญ่และมั่นคง

ให้ปีใหม่ปีสุขสว่างจิต
ให้มิ่งมิตรได้รับพรสะท้อนส่ง
ให้ชีวิตพบแต่ดีมีเสื่อมลง
อายุยงยืนยาวและอยู่เย็น..

............................
๓๐  ธันวาคม  ๒๕๕๙

วันพุธที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2559

ผิดงาน..


ผิดงาน..

...............

ปรับแก้แลเห็นเป็นที่สุด
ใครฉุด พุทธศาสนา ช่างกล้าหาญ
กลับไป กลับมา เพื่อระราน
หรือประสานสร้างงานอันงดงาม

ปรับไปกี่หนบนทางเถื่อน
ปรับไปให้เขยื้อนขยับหยาม
ปรับไปให้ถูกต้องกำหนดความ
อยากจะถามว่าจะปรับกันทำไม

ปรับเปลี่ยนตามสมัย ฤาใครเชิด
ปรับเถิดถ้าเกิดนิมิตใหม่
ปรับเพื่อเปลี่ยนหวังอย่างตั้งใจ
ฤาปรับให้สะใจเพราะอยากทำ

ศาสนจักร อาณาจักร ประจักษ์ชัด
มิข้องขัด ไม่ขัดแย้ง มิแกล้งคว่ำ
แปลกใจ ใครยุ ให้แยกยำ
ฤาตกต่ำ เพียงแค่คิด ให้ผิดงาน

..........................
๒๙  ธันวาคม  ๒๕๕๘

วันอังคารที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2559

ลืมตัว.



ลืมตัว..

................

เขากระชากลากไส้มาให้เห็น
ในประเด็นสุขภาพทราบที่หมาย
ความป่วยเจ็บประชาชนนั้นมากมาย
เพราะพิษร้ายโรครุมนั้นสุมทรวง

แค่เรื่องเหล้ามากล่าวหาว่าเปลืองสิ้น
กระดกลิ้นแดกดันจนเลยล่วง
หลักประกันสุขภาพคนทั้งปวง
มาห่วงหวงงบไว้ไม่ให้คน

มองให้ชัดตัดความอคติ
พยาธิ โรคร้าย ใช้เหตุผล
มีมากมายหลายเหตุให้กังวล
ซึ่งหลากล้นเกินค่าสุราบาล

คนเป็นแพทย์ผู้รู้เรื่องโรคร้าย
หากทำลายศรัทธาของชาวบ้าน
ความมีค่าวิชาชีพอันตระการ
ก็แหลกราญเพราะถ้อยคำที่ลืมตัว..

................................

หมายเหตุ..  บทความเรื่องนี้เขียนขึ้นเมื่อวันที่  ๒๗  ธันวาคม  ๒๕๕๙
                    โดยมิได้ส่งเสริมให้คนดื่มสุรา
                    แต่มุ่งหมายให้เห็นความสำคัญในการคุ้มครองสิทธิของประชาชน
                    ตามหลักการของกฎหมายหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
                    และมิได้กล่าวหาดูหมิ่นแพทย์ที่ได้ทำหน้าที่ด้วยความตั้งใจตามจรรยาบรรณของวิชาชีพ
                    ซึ่งในภาพรวมนับว่าดีเลิศ
                    เป็นแนวคิดสะท้อนให้เห็นมุมมองของนักปกครองที่รับผิดชอบงานสาธารณสุขบางคน

วันจันทร์ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2559

อย่าเป็นผักชี..


อย่าเป็นผักชี..

......................

เมื่อใกล้ถึงเทศกาลสำคัญ
รัฐบาลก็ออกมาให้ความสำคัญกับการใช้รถใช้ถนนกันสักคราวหนึ่ง
มีการจัดรูปแบบการป้องกันอุบัติเหตุกันหลากหลายรูปแบบ
ถูกบ้าง ผิดบ้าง ตามสภาวะของการคิดจัดงานเป็นครั้งคราวนั้น

การจัดการจราจรบนเส้นทางถนนให้กับประชาชนมีปัจจัยที่ต้องเกี่ยวข้องนับตั้งแต่การสร้างถนนได้มาตรฐานหรือไม่  เครื่องหมายการจราจรบ่งชี้ชัดเจนหรือไม่
ผู้คนที่ใช้รถใช้ถนนได้ปฏิบัติตามกฎกันถูกต้องกันทุกฝ่ายหรือไม่

การใช้รถใช้ถนนไม่ใช่คนขับรถเราขับดีอย่างเดียว
รถคันอื่นที่วิ่งอยู่บนถนนก็เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย
เมื่อเขาต้องการให้เกิดความปลอดภัยในการใช้รถ
จึงกำหนดให้รถแต่ละคันนั้นใช้ในประเภทใด

สำหรับรถที่กำหนดที่นั่ง ก็กำหนดให้มีเข็มขัดนิรภัย เพื่อความปลอดภัยของทรัพยากรมนุษย์

การมองที่เห็นต่างกัน เป็นเหตุผลในการคิดเพื่อหาข้อยุติตกลงเป็นระเบียบ เป็นกฎหมาย
เพราะเมื่อเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน
รัฐซึ่งหมายรวมถึงประชาชนทุกคนจะต้องร่วมกันรับผิดชอบบำบัดเยียวยาความเสียหายแก่ชีวิต  ร่างกาย  อนามัย ของผู้คนที่ประสบอุบัติเหตุจนได้รับความเสียหายด้วย

ปัจจุบัน สภาพถนนหนทางที่ให้บริการประชาชนนับได้ว่าชำรุดทรุดโทรม
ไม่ได้มาตรฐานเป็นจำนวนมาก  จะเห็นได้ว่ามีหลุม บ่อ บนถนน  ถนนขรุขระไม่เรียบ
บางช่วงเป็นหลังเต่า  เป็นลอน
ซึ่งรถที่ขับขี่ไปในสภาพถนนอย่างนี้ควบคุมได้ยาก  และไม่สามารถหยุดรถได้ในสภาพปกติได้
เป็นอันตรายต่อการขับขี่ยวดยานเป็นอันมาก  เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย

เส้นสีบนถนนที่จืดจาง ไม่สะท้อนแสง หรือบางช่วงถนน ไม่มีเส้นสีบนถนนเหลืออยู่เลย
ในเวลาฝนตก  หรือในยามค่ำคืน  ก็เป็นอันตรายในการขับขี่ยวดยานไปบนถนนที่มีสภาพอย่างนี้เช่นกัน

แสงสว่างในยามค่ำคืน ก็มีความสำคัญในการใช้รถใช้ถนนไม่น้อย
ชุมชนบ้านนอกห่างไกลเมือง ก็ขาดโอกาส ขาดแสงสว่างบนถนน ประชาชนต้องอยู่ไปตามยถากรรม

การให้บริการประชาชนเกี่ยวกับการจราจรบนถนนหนทาง
หาใช่การใช้มาตรการชั่วคราวในช่วงเทศกาลสำคัญนั้นไม่

หากเป็นแนวคิด หรือนโยบายที่สำคัญ ที่จะต้องจัดการให้ถนนหนทางได้มาตรฐาน
และมีการปฏิบัติตามกฎจราจรกันอย่างเคร่งครัด
ปลุกเร้าสั่งสมสร้างคนในสังคมให้มีวินัยในการจราจร  รู้จักการใช้รถใช้ถนนกันอย่างจริงจัง
เพื่อรักษาทรัพยากรมนุษย์ให้ปลอดภัยจากอุบัติเหตุจากการจราจรบนถนนตลอดเวลา

......................................
๒๖  ธันวาคม  ๒๕๕๙

สวัสดีปีใหม่ ๒๕๖๐


สวัสดีปีใหม่ ๒๕๖๐

...............................

ในวาระดิถีขึ้นปีใหม่
ขอส่งใจถึงเพื่อนมิตรด้วยจิตหมาย
สวัสดีมีสุขทั้งใจกาย
สำราญสบายตลอดปีตลอดไป

................................

วันอาทิตย์ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2559

คิดถึง..


คิดถึง..

.............

สวัสดีเพื่อนมิตรที่คิดถึง
เป็นช่วงหนึ่งมิได้เขียนถ้อยคำไหน
เพราะจากบ้านจากเรือนเดินทางไกล
เข้าเมืองใหญ่กรุงเทพมหานคร

ทำหน้าที่การงานที่รับมอบ
จึงเขียนตอบความไว้ให้รู้ก่อน
ว่ามิได้จากไปให้อาวรณ์
มิเขียนกลอนใดใดให้อ่านเลย

เสร็จภาระจะต้องเดินทางกลับ
หลายวันนับเวลาหวังจักเฉลย
กลับมาเขียนคำวางไว้อย่างเคย
เปิดคำเปรยความรู้สึกส่งบอกมา

จะคิดถึงเพื่อนมิตรติดตามอยู่
บอกให้รู้ว่าปีใหม่ให้ก้าวหน้า
ให้มีสุขตลอดศกไม่โศกา
ให้เงินมาทองมากมีทั้งปีเอย..

.................................
๒๓  ธันวาคม  ๒๕๕๙

วันพุธที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2559

ซีรี่ส์ เกาหลี..


ซีรี่ส์ เกาหลี..

.....................

เขารักษาภูมิปัญญาวัฒนธรรม
ให้จดจำทำได้ไม่ลืมหลง
สอนให้รักษาไว้ให้ยืนยง
ให้อยู่คงเป็นสมบัติราษฎร

ให้เรียนรู้วิธีทำอาหาร
สืบตำนานภูมิปัญญาแต่เก่าก่อน
ทำเป็นตามวิธีทุกขั้นตอน
ถ่ายทอดสอนให้เด็กได้ลงมือ

เขาจัดงานยิ่งใหญ่ให้ได้เห็น
เขามุ่งเน้นสืบทอดงานอันเลื่องชื่อ
เปิดโอกาสให้เด็กฝึกฝีมือ
มุ่งหมายสื่อสืบงานวัฒนธรรม

พัฒนาเมืองอย่างมีวิสัยทัศน์
ตัวอย่างชัดจึงชื่นชมมิข่มคว่ำ
ซีรี่ส์ เกาหลี ดีดี นี้น้อมนำ
มาบอกย้ำให้เอาอย่าง สร้างสรรค์กัน..

..........................
๑๔  ธันวาคม  ๒๕๕๙

หมายเหตุ.. ภาพถ่ายงานเทศกาลก้อนหิน ที่เมืองกังวา ประเทศสาธารณรัฐเกาหลี
                   เมื่อแปดปีที่แล้ว (2008)

วันอังคารที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2559

วัฒนธรรมคือชีวิต.


วัฒนธรรมคือชีวิต..

.....................................

ถึงเวลาวัฒนธรรมมานำจิต
ปลุกความคิดให้ก้าวไปในทางฝัน
เพือกอบการงานใดให้ตรงกัน
เพื่อรังสรรค์งานของชาติไม่ขาดเกิน

ปลุกให้เห็นความงดงามศิลปะ
ปลุกให้เห็นวาทะเขาสรรเสริญ
ปลุกให้เห็นว่าทางนี้ทางเจริญ
ปลุกให้เห็นว่าอย่าเพลินหลงทางไป

วัฒนธรรมการแสดงอันแกร่งกล้า
บรรพบุรุษสร้างมาอย่างยิ่งใหญ่
อย่าหลงลืมทอดทิ้งความเกรียงไกร
มิรู้จักนำมาใช้จนเสียการ

วัฒนธรรมทุกด้านที่มีอยู่
ต้องเรียนรู้ส่งเสริมและสืบสาน
อย่าให้เหลือเป็นอดีตในตำนาน
ผสมผสานสร้างค่าอย่าดูแคลน

วัฒนธรรมอันงดงามอร่ามนี้
เป็นวิถีที่มีค่าน่าหวงแหน
เป็นทรัพย์สินของคนทั้งดินแดน
มิ่งหมายแม้นเป็นชีวิตและจิตใจ..

.................................
๑๓  ธันวาคม  ๒๕๕๙

วันอาทิตย์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2559

หลังสวน..



หลังสวน..

..............

เหลืองอร่ามงามสง่าเวลาเช้า
ทุกย่างก้าวไปโปรดธรรมนำคำสอน
เผยแผ่บุญบารมีให้ราษฎร
บอกสะท้อนความร่มเย็นให้เห็นจริง

วัตรปฏิบัติเดินบาตรบ่งบอกค่า
ด้วยเมตตาอานิสงส์ส่งเสริมยิ่ง
เมืองสงบ สวยสง่าน่าพักพิง
ทุกสรรพสิ่งที่ หลังสวน เย้ายวนใจ

อากาศดี บ้านงาม ตามสภาพ
แสงทองทาบนภายามฟ้าใส
ช่างสวยสด สะอาดตา กระจ่างไป
บ้านเรือนไม้ ที่นี่ อลังการ


มอง.



มอง..

............

มองหาปล่องอุโมงค์ใหญ่ยังไม่เห็น
ความทุกข์เข็ญของประชาเกินกว่าแก้
ต้องช่วยตัวช่วยตนไร้คนแล
อย่าท้อแท้ทนไปก่อนกัดเกลือกิน

ผ่านเวลา ผ่านเหตุการณ์ ผ่านอดีต
ทุกเรื่องกรีดกัดใจไปเสียสิ้น
อีกกี่นานกาลไหนได้สมจินต์
สุขถวิลสมประสงค์กันสักที

มองหาคนแก้ไขปัญหาชาติ
ปัญหาราษฎรเดือดร้อนทุกที่
มองอย่างไรไม่เห็นแววของคนดี
อีกกี่ปีถึงจะพ้นความยากจน

.....................
๑๑  ธันวาคม  ๒๕๕๙

วันพฤหัสบดีที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2559

แผนผังการเขียนกลอนแปด

แผนผังการเขียนกลอนแปด

.............................
๐ ๐ ๐  ๐ ๐  ๐ ๐ ๐
๐ ๐ ๐  ๐ ๐  ๐ ๐ ๐
๐ ๐ ๐  ๐ ๐  ๐ ๐ ๐
๐ ๐ ๐  ๐ ๐  ๐ ๐ ๐

๐ ๐ ๐  ๐ ๐  ๐ ๐ ๐
๐ ๐ ๐  ๐ ๐  ๐ ๐ ๐
๐ ๐ ๐  ๐ ๐  ๐ ๐ ๐
๐ ๐ ๐  ๐ ๐  ๐ ๐ ๐
คำสุดท้ายของวรรคแรก ต้องไปสัมผัสกับคำที่สาม หรือ ห้าของวรรคที่สอง
คำสุดท้ายของวรรคที่สองถ้าจะให้เสนาะ ต้องไม่เป็นเสียงสามัญ หรือไม่เป็นคำตาย 
เว้นแต่จำเป็นตามเนื้อความ และหาคำอื่นแทนไม่ได้ ควรเป็นเสียง เอก โท ตรี หรือจัตวา
แล้วแต่เนื้อความ
คำสุดท้ายของวรรคที่สองต้องสัมผัสกับคำสุดท้ายของวรรคที่สาม
และสัมผัสกับคำที่สามหรือห้าของวรรคที่สี่
ทั้งนี้ถ้าจะให้เสนาะคำสุดท้ายของคำที่สามและคำสุดท้ายของวรรคที่สี่ ควรเป็นเสียงสามัญ

และคำสุดท้ายของกลอนบทแรก
ต้องไปสัมผัสกับคำสุดท้ายของวรรคที่สองของกลอนบทต่อไป
และผูกสัมผัสกันต่อไป จนกว่าจะจบเนื้อความ

สามพี่น้องผู้ร่วมอุทรธรรม


สามพี่น้องผู้ร่วมอุทรธรรม.

.......................................

จากภาพงามตามที่เห็นเป็นธรรมบอก
พระบ้านนอกสามสหายมุ่งหมายหวัง
เผยแผ่ธรรมตถาคตอย่างจริงจัง
ขยายสังฆมณฑลจนงดงาม

พุทธทาสภิกขุผู้พี่ใหญ่
ปล่อยวางไว้ให้บางเบาเอาใจห้าม
ธรรมที่สอนสร้างไว้ให้ติดตาม
ขยายความในโรงมหรสพทางวิญญาณ

อยู่กับธรรมธรรมชาติประกาศชัด
ร้อยคำจัดเผยแผ่เอกสาร
เป็นคำสอนสืบไว้ตลอดกาล
ละสังขารอย่างเรียบง่ายให้โลกลือ

น้องรองพระบุญชวน เขมาภิรัต
ผู้เจนจัดโด่งดังด้านหนังสือ
ทั้งงานพิมพ์งานเขียนด้วยลายมือ
ล้วนเป็นสื่อสอนธรรมอันจำรูญ

ท่านสืบสานการศึกษาเป็นเรื่องใหญ่
จนชื่อเสียงเกริกไกลไม่เสื่อมสูญ
นามพระราชญาณกวี อันไพบูลย์
ยังเกื้อกูลเปรียญธรรมให้ดำรง

น้องเล็กท่านปัญญานันทะภิกขุ
เอกอุเทศนาธรรมมิให้หลง
อวิชชา อบายมุข ให้เสื่อมลง
หยัดยืนคงความจริงแท้ไม่เปลี่ยนไป

จากนามปั่น มั่นคงพระศาสนา
เป็นปัญญานันทะภิกขุผู้ยิ่งใหญ่
ประกาศธรรมที่วัดอุโมงค์จนเกรียงไกร
เป็นบัณฑิตแห่งยุคสมัยไปนิรันดร์..

.....................................
๘  ธันวาคม  ๒๕๕๙

หมายเหตุ..ภาพจิตรกรรมฝาผนัง  ฝีมืออาจารย์ชัยวัฒน์  วรรณานนท์
                  ที่ศาลาเทพนิมิตธรรมาศรม  วัดขันเงิน (พระอารามหลวง)
                  ตำบลวังตะกอ  อำเภอหลังสวน  จังหวัดชุมพร

วันอาทิตย์ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2559

ผิดหลง..?


ผิดหลง..?

....................

เมื่อวันหนึ่งพึงเห็นความสงบ
ทุกอย่างจบครบถ้วนกระบวนหวัง
เมื่อวันที่ไทยทั้งชาติรวมพลัง
ร่วมหยุดยั้งความทุกข์ยากของราษฎร

เมื่อวันหนึ่งพึงเห็นความสันติ
ปัญหามิเป็นอุปสรรคให้ทุกข์ร้อน
หันหน้ามาร่วมแก้ไขไม่เกี่ยงงอน
เพื่อสะท้อนว่าทำดีมิเสียงาน

เมื่อวันหนึ่งพึงเห็นความรุ่งโรจน์
หยุดความโกรธ อคติ สิ่งที่ผ่าน
รักษาทรัพย์ของราษฎร์และราชการ
รักษาบ้านเมืองไทยให้ร่มเย็น

เมื่อวันหนึ่งพึงเห็นว่าผิดหลง
ปัญญาคงแก้ไขไม่ยากเข็ญ
หยุดทุกข์ยากทุกข์ร้อนทุกประเด็น
เพื่อพลีเป็นประโยชน์ชาติประชาชน..

...........................
๕  ธันวาคม  ๒๕๕๙

วันเสาร์ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2559

ศักราชรัชกาลที่ ๑๐..

ศักราชรัชกาลที่  ๑๐

...............................

รัตนโกสินทร์ศกสองร้อยสามสิบห้า
พระมหาบารมีเป็นล้นพ้น
พระทรงไทยสืบราชสมบัติมงคล
เป็นจอมคนจอมใจไทยทั้งมวล

ศักราชรัชกาลที่สิบ
ทรงเป็นทิพยสมัยของไทยถ้วน
พระมหากรุณาธิคุณสกลครวญ
พระเกียรติล้วนเทิดไท้ทรงบุญญา

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ
บดินทรเทพยวรางกูร สถิตหล้า
ทรงพระเจริญยิ่งยืนนานทุกกาลเวลา
ทรงสง่าพระจริยวัตรตลอดไป..



ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ
ข้าพระพุทธเจ้า นายกฤษณะ ฉายากุล

..........................
๔  ธันวาคม  ๒๕๕๙

วันศุกร์ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2559

5 บาท



5  บาท

...............

เพียงห้าบาทขาดค่ายังหาได้
ยังเป็นไฟส่องสว่างในทางฝัน
ยังเติมเต็มตอบสนองความผูกพัน
ยังแบ่งปันความสุขกับสังคม

ยังแสดงไมตรีที่มีมอบ
ยังให้คนชื่นชอบไม่ขื่นขม
ยังเติมรักธรรมชาติตามนิยม
ใบตองห่มห่อไว้ได้สวยงาม

ยังมีรสอาหารอันโอชะ
ยังไม่ละความสะอาดไม่มองข้าม
ยังคงมีเรื่องราวให้ติดตาม
ตอบคำถามว่าห้าบาทอยู่อย่างไร

ก๋วยเตี๋ยวห่อห้าบาทที่หลังสวน
ยังเย้ายวนเสน่ห์อย่างยิ่งใหญ่
สัญลักษณ์ของเมืองเลื่องลือไกล
ท่ามกลางยุคสมัยข้าวของแพง..

............................
๓  ธันวาคม  ๒๕๕๙

วันพฤหัสบดีที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2559

แม่..


                                                    ข้อมูลภาพ  คุณครองศักดิ์  จุฬามรกต

แม่..

............

สุดยอดภาพฉาบแสงอรุณส่อง
เห็นละอองหมอกคุ้มคลุมพฤกษา
เห็นธารน้ำไหลรินเลี้ยงวนา
เป็นภาพป่าที่งดงามอร่ามใจ

ไม่ต้องอธิบายอะไรอีก
จินตนาการแค่เสี้ยวซีกแต่ยิ่งใหญ่
ทุ่มเทความหวังความหมายไว้
สร้างพงไพรไว้ในใจของปวงชน

ให้รักป่ารักแม่เป็นที่สุด
มิยอมหยุดสร้างงานให้เกิดผล
รวมพลังหลอมใจไทยทุกคน
เริ่มต้นพิพิธภัณฑ์แม่ในแผ่นดิน

.........................
๑  ธันวาคม  ๒๕๕๙

หมายเหคุ  คุณครองศักดิ์  จุฬามรกต เจ้าของภาพวาดด้วยดินสอภาพนี้
                  เป็นผู้ก่อแรงบันดาลใจในการสร้างพิพิธภัณฑ์แม่
                  อุทยานการเรียนรู้แห่งความรัก และสันติภาพ

วันพุธที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

พอดี..


พอดี..

..................

บางเวลาจะพอดีให้มีภาพ
แสงทองทาบอย่างนี้มีให้เห็น
ตอนจอดรถรอสัญญาณในยามเย็น
ตะวันเด่นแสงส่องกล้องทำงาน

ความคับคั่งยังพบอยู่ในภาพ
สัญญาณไฟแดงยังวาบไม่ให้ผ่าน
จังหวะเหมาะเคาะกล้องได้ทันกาล
เห็นเรือนร้านสองข้างทางแม้พรางตา

ตะวันแรงแสงกล้าก่อนลาลับ
ตรงแนวกับถนนนี้ช่างดีหนา
รัศมีส่องเมืองในมรรคา
เป็นคุณค่าทัศนียภาพอิ่มอาบใจ

...........................
๓๐  พฤศจิกายน  ๒๕๕๙

หมายเหตุ.. ภาพถ่ายนี้ตรงสามแยกถนนเขาเงิน  หน้าธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)
                   สาขาหลังสวนชุมพร  อำเภอหลังสวน  จังหวัดชุมพร

วันจันทร์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

ขนมครก..


ขนมครก..

..................

ขนมครกเมืองหลังสวนยังหวลหอม
กระทิแป้งน้ำตาลพร้อมหยอดใส่หลุม
ปิดฝาอบ อวลไฟให้ร้อนรุม
สุกเนื้อนุ่มนอกกรอบชอบชื่นใจ

ทุกทุกเช้าเจ้าของร้านทำงานหนัก
ยืนคอยตักขนมครกที่สุกใหม่
ลงกระทงใบตองส่งเรื่อยไป
น้ำตาลทรายเติมไว้ในกระทง

ขายมานานหลายปีจนมีชื่อ
คนมาซื้อจำได้ดีมิลืมหลง
ขนมครกพี่น้อยยังยืนยง
ราคาคงเท่านี้มิเปลี่ยนแปลง

สิบบาทก็อิ่มได้และอร่อย
ยิ้มพี่น้อยด้วยไมตรีมิต้องแต่ง
ขายขนมไทยไทยทำด้วยแรง
แม้เมื่อยแข้งก็ยังยิ้มอิ่มเอมใจ..

.......................................
๒๙  พฤศจิกายน  ๒๕๕๙




เก็บอิ่มเอิบใจ..


เก็บอิ่มเอิบใจ..

........................

เส้นทางโค้งคดกำหนดแน่
ขุนเขาไม่แปรไม่เปลี่ยนผัน
ท้องฟ้างดงามเป็นบางวัน
เมฆขาวแต้มฝันให้ตรึงใจ

แมกไม้ชุ่มเขียวไปทั้งป่า
ตะวันกล้าส่องสว่างมาโลมไล้
โลกตื่นชื่นฝันอันอำไพ
เส้นทางผ่านไพรนี้งดงาม

เส้นทางราชกรูด-หลังสวน
เย้ายวนเสน่ห์มิอาจข้าม
หลายหลากมากค่าคำนิยาม
เติมตามสรรพสิ่งในเส้นทาง

เส้นทางเชื่อมชุมพร-ระนอง
มุมมองท่องเที่ยวทุกก้าวย่าง
เก็บอิ่มเอิบใจไม่จืดจาง
สวรรค์สร้างธรรมชาติมาให้ยล..

................................
๒๘  พฤศจิกายน  ๒๕๕๙

วันอาทิตย์ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

ลงดินกันดีไหม..?


ลงดินกันดีไหม..?

...........................

ระโยงระยางโยงใยไปทุกที่
ห้อยย้อยไม่มีระเบียบเห็น
กี่เส้นกี่สายหลายประเด็น
จนเป็นวิกฤตไปทุกเมือง

หลายเส้นหมดค่ายังคาอยู่
ห้อยร้อยให้ดูไม่เป็นเรื่อง
เกะกะรกรุงรังยังคิดเคือง
บดบังเมืองให้งามมันทรามไป

เมื่อใดจะเปลี่ยนแปลงมาปรับเปลี่ยน
ลงดินให้เสถียรกันดีไหม
ภาพเมืองจะงดงามอร่ามใจ
บูรณะเรือนไม้ให้ยั่งยืน

เมืองนี้จะมีคนมาท่องเที่ยว
มาเก็บเกี่ยวความสุขไม่ฝันฝืน
มาชมเมืองทั้งกลางวันทั้งกลางคืน
จนเมืองตื่นต้อนรับผู้มาเยือน

..........................

๒๗  พฤศจิกายน  ๒๕๕๙

เมืองฝัน..


เมืองฝัน..

.................

เมื่อเห็นจันทร์เกี่ยวนภาตอนฟ้าสาง
จึงเก็บภาพมาวางไว้ให้เห็น
เช้าที่ฟ้าสีครามงามเย็นเย็น
เรือนไม้เด่นของเมืองยังเรืองรอง

แสงไฟฟ้ายังส่องสว่างอยู่
บ้านเมืองดูเรียงรายน่าเที่ยวท่อง
บางช่วงยามรถปลอดทอดตามอง
แต่ละห้องคูหาช่างงดงาม

ชีวิตเช้ายามนี้ ดูสงบ
เหมือนไม่พบผู้คนจนอยากถาม
ว่าคนเขาไปไหนให้ได้ความ
ไม่อยากข้ามความนี้ขอชี้แจง

ผู้คนยังไปมาไม่มากนัก
บ้างออกตักบาตรอยู่ก็หลายแห่ง
บ้างจับจ่ายขายของร้านข้าวแกง
บ้างจัดแต่งร้านค้าประจำวัน

บ้างสัญจรไปมาไปตลาด
พระเดินบาตรเป็นภาพแห่งความฝัน
เป็นอย่างนี้ที่หลังสวนทุกทุกวัน
ทุกเช้านั้นเมืองฝันช่างงดงาม..

........................
๒๗  พฤศจิกายน ๒๕๕๙


วันเสาร์ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

เบื่อ..


เบื่อ..

.........

กี่ราคาค่ายางที่หยุดอยู่
รอผู้รู้มาแก้ไขแก้ปัญหา
รอมานานหลายปีไม่มีมา
ไม่เห็นหน้าคนเก่งสักคนเดียว

มีแต่คำพร่ำเพ้อละเมอฝัน
จำปาดะวันนั้นคงไม่เกี่ยว
จนราคาค่ายางมันรูดเรียว
ให้ใจเปลี่ยวหวั่นใจว่าต้องจน

จนอีกทีอีกกี่ครั้งก็หวังว่า
จะพบหน้าคนเก่งได้สักหน
เก่งทำงานคนไหนได้สักคน
เก่งปากบ่นเบื่อแล้วขอบอกลา

เบื่อคำข่มตวาดปัดให้พ้น
เบื่อคำพ่นผรุสวาทมาปิดหน้า
เบื่อคำโม้โอ้อวดโฆษณา
เบื่อนักหนาว่าให้ไปดาวอังคาร..

........................
๒๗  พฤศจิกายน  ๒๕๕๙

สี่สิบห้าปี มร.



สี่สิบห้าปี มร.

....................

จากตลาดวิชามหาวิทยาลัยเปิด
ก็ก่อเกิดแหล่งเรียนรู้อย่างยิ่งใหญ่
เป็นแสงเทียนส่องทางสว่างไทย
จนเจิดจ้าสวยไสวในวันนี้

จากท้องนาทิ้งร้างกลางเมืองหลวง
เป็นที่หวงมากค่าไปทุกที่
จากอาคารแสดงสินค้าเก่าหลายปี
เริ่มเป็นที่ประสาทวิชาแก่ผู้คน

จากตึกเก่าชั้นเดียวเดี๋ยวนี้เปลี่ยน
มีตึกสูงมีห้องเรียนมากหลากล้น
เป็นสถาบันการศึกษาของคนจน
ก่อเกิดผลพัฒนาประเทศไทย

เป็นที่เรียนต่อเติมค่าความใฝ่ฝัน
สู้ไม่หวั่นจนแกร่งกล้าและยิ่งใหญ่
สี่สิบห้าปีพัฒนามหาวิทยาลัย
รามคำแหงจะเกรียงไกรไปนิรันดร์

...............................

๒๖  พฤศจิกายน  ๒๕๕๙


หมายเหตุ..  บทร้อยกรองนี้เขียนขึ้นเป็นบันทึกในวันครบรอบ  ๔๕ ปี
                    แห่งการสถาปนามหาวิทยาลัยรามคำแหง
                    สถาบันการศึกษาของมวลชน

วันศุกร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

พิธีกรรม..


พิธีกรรม..

...............

ขอขมาทำไมให้ซับซ้อน
พิธีกรรมมันซ่อนอะไรไว้
ทำสิ่งดีกับแม่น้ำทำด้วยใจ
จนน้ำใสตลอดไปได้ใช้ดี

ลอยกระทง หนึ่งปี แค่ หนึ่งหน
แม่น้ำหม่นหมองไปเกือบทุกที่
กิจกรรมของคนตลอดปี
มันย่ำยีแม่น้ำกันอย่างไร

มาคิดแก้หาทางที่ถูกต้อง
ทำให้คลองทุกแห่งมีน้ำใส
ขอขมาทุกวันบอกกันไป
ทำงานใหญ่ให้แม่น้ำสะอาดดี

ปลุกทั้งเด็กและผู้ใหญ่ให้ใจร่วม
เพื่อส่วนรวมตามคำขอต่อแต่นี้
หยุด กิจกรรมทำร้ายแม่วารี
คืนแม่น้ำให้ดีทั้งสายเอย

................................
๒๖  พฤศจิกายน  ๒๕๕๖


วันพฤหัสบดีที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

ร่างแบบงานจิตรกรรมฝาผนัง


ร่างแบบงานจิตรกรรมฝาผนัง..

...........................................

ร่างแบบงานจิตรกรรมฝาผนัง ศาลาเทพนิมิตธรรมาศรม
วัดขันเงิน (พระอารามหลวง)  อำเภอหลังสวน  จังหวัดชุมพร
โดยอาจารย์ชัยวัฒน์  วรรณานนท์

หลังสวน เช้าวันที่ 25 พฤศจิกายน 2559



หลังสวน เช้าวันที่ 25 พฤศจิกายน 2559

ใครแน่..


ใครแน่..

.................

การต่อสู้ดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดในธรรมชาติ
เป็นปกติของส่ำสัตว์ทั้งหลาย

ในเส้นทางดำรงชีวิตที่ต้องแย่งชิง ต่อสู้
เล็ก หรือ ใหญ่ ไม่สำคัญ

ที่สำคัญคือ ใครแน่กว่ากัน

กิ้งกือ  กับ มด ในวิถีที่ต้องต่อสู้แย่งชิง
เพื่อความอยู่รอดในธรรมชาติ

สู้ไม่ได้ก็ต้องหลบหลีกกันไป

.....................

ของหวง..


ของหวง..

..................

เมื่อคิดว่าป่าไม้เป็นของหวง
ไม้ทั้งปวงห้ามตัดต้องรักษา
แม้นไม้ปลูกในที่ดินปวงประชา
ก็ห้ามว่ามิให้ตัดช่างขัดใจ

จะหาคนรักไม้ที่คิดปลูก
แม้คราวลูกหลานก็มิได้ใช้
อยากจะถามว่าเขาปลูกทำไม
เพราะปลูกไปก็ไร้ค่าใช่ของตน

จะเหลือป่าปลูกไม้เป็นของหลวง
ที่จะหวงห้ามตัดอีกกี่ต้น
ปรัชญารัฐขัดใจแสนพิกล
ใครนะทนปล่อยไว้ไม่คลี่คลาย

จากพี่เบิ้มอวดดีในอดีต
ไม้ถูกรีดจนป่าสิ้นสลาย
ไม้เพื่อนบ้านงดงามดีมีมากมาย
ทั้งปลูกขายปลูกใช้ตัดได้เลย.

...............................
๒๔ พฤศจิกายน  ๒๕๕๘


ทองม้วนสองดอง.


ทองม้วนสองดอง..

.............................

ขนมไทยไทยในภาพนี้
เป็นทองม้วนรสชาดดีที่หลังสวน
ภูมิปัญญาอาหารไทยหอมอบอวล
เป็นทองม้วนสองดองมองให้ดี

เทใส่พิมพ์ตั้งไฟที่เตาถ่าน
ขนมโบราณที่แพร่หลายไปทุกที่
ควรสืบต่อขยายค่าปัญญามี
ปลุกวิถีความเป็นไทยให้ยั่งยืน

..............................

ทะเลงาม ที่หาดแม่โจ้ ชุมพร


ทะเลงาม ที่หาดแม่โจ้ ชุมพร

..........................................

ทะเลงดงามสะอาด อากาศดี
ที่อำเภอละแม  จังหวัดชุมพร

ที่หาดแม่โจ้ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ชุมพร นี้  น้ำใส ทรายสวย สะอาดมาก
นอกจากเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชนทั่วไปแล้ว

หาดทรายสวยงามแห่งนี้
ยังเป็นที่พักผ่อนหลังการคร่ำเคร่ง ร่ำเรียน ของนักศึกษา มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ชุมพร

และทุกปีในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ทะเล และชายหาดแห่งนี้มีกิจกรรมสำคัญ
ในการสืบทอดภูมิปัญญาในการต่อเรือ และเล่นเรือใบโบราณ
อันเป็นกิจกรรมการท่องเที่ยวที่สำคัญงานหนึ่ง

และเป็นงานที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้ชุมพร ได้ร่วมกิจกรรมกับชุมชน จัดงานสืบทอดมานานปีแล้ว

ภาพวิดีโอนี้ถ่ายไว้เมื่อวันที่  24/11/2016  เวลาประมาณ 12 นาฬิกาเศษ

.........................................


วันพุธที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

เงาแห่งความทุกข์ยาก..


เงาแห่งความทุกข์ยาก..

...................................

เมื่อค่ำคืนเห็นเงาเยาวชน
ในสภาพหมองหม่นในเมืองฝัน
สองพี่น้องนั่งคุยเล่นด้วยกัน
แววตานั้นบอกได้ว่าอิดโรย

อดไม่ได้ต้องถามว่าไปไหน
ทานข้าวแล้วหรือไม่หรือหิวโหย
มืดค่ำแล้วไม่กลับบ้านเดี๋ยวถูกโบย
ถามคำโดยเป็นห่วงเยาวชน

ความลำบากยากแค้นยังได้เห็น
ความลำเค็ญในสังคมยังจมหม่น
ความเดือดร้อนทุกข์ยากที่ต้องทน
อีกเมื่อใดจึงจะพ้นทรมาน

การแบ่งปันเป็นหนทางหนทางหนึ่ง
ที่เราพึงร่วมคิดร่วมประสาน
ร่วมแก้ไขความหิวโหยให้อันตรธาน
ให้พ้นผ่านความทุกข์ยากกันสักที

จะต้องตอบสนองกับปัญหา
ด้วยเงินตราประชารัฐกันหรือนี่
ตอบแทนกันเรื่อยไปอีกกี่ปี
จนสุขีเกิดมีในแผ่นดิน

............................
๒๓  พฤศจิกายน  ๒๕๕๙

หมายเหตุ...บทร้อยกรองนี้เขียนขึ้นจากเรื่องจริงที่พบเห็น
                   และหาใช่จะวิจารณ์นโยบายอะไรของรัฐ
                   หากมีความหวัง ความตั้งใจว่า  จะได้เห็นหนทางในการแก้ไขปัญหา
                   ความทุกข์ยากของประชาชนอย่างยั่งยืน จนสามารถยืนบนลำแข้งของตนเองได้จริงๆ

วันอังคารที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

ไม่หยุดอยู่..


ไม่หยุดอยู่..

....................

ก่อนราตรีคลี่คลุมครอบทั้งฟ้า
ตะวันลาลับลงยังส่งแสง
ส่งประกายแกร่งกล้าสื่อสำแดง
สะท้อนแต่งนภาจนงดงาม

เงาภูผาหยอกเย้าเคล้าคลอเมฆ
เป็นมนตร์เสกแสงสูรย์จนอร่าม
ธรรมชาติยามเย็นชั่วครู่ยาม
มิอาจห้ามหยุดเวลาให้ตราไว้

แต่ละวันเวลามิคงที่
วินาทีที่หมุนเวียนเปลี่ยนไปใหม่
ภาพไม่เหมือนภาพแรก ให้แปลกใจ
การเคลื่อนไหว มิหยุดนิ่งตลอดเวลา

อนิจจัง ต้องเปลี่ยนไป ไม่หยุดอยู่
ความงดงาม เพราะจิตรู้มาตอบค่า
การเปลี่ยนแปลงตอบจิตด้วยปัญญา
เปลี่ยนจนกว่าสิ้นสลายไปตามกาล..

..................................
๒๒  พฤศจิกายน  ๒๕๕๙



วันศุกร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

เรื่องเล่า..



เรื่องเล่า..

......................

เมืองหลังสวนยามสายัณห์ตะวันแพร้ว
ก่อนลับแววยังวาวเพริศพราวฟ้า
ส่องสะท้อนแสงสีทองอร่ามตา
ห้องเคหาจึงงดงามไปตามกัน

แนวถนนหลังสวนที่มองเห็น
บ้านเรือนเด่นขนานไปให้สีสัน
บ้างเรือนไม้ บ้างเป็นตึก บ้างสำคัญ
เพราะผูกพันประวัติเมืองครั้งโบราณ

บ้างเคยเป็นสุขศาลารักษาไข้
ถูกรื้อไปสร้างเป็นตึกหลายปีผ่าน
สโมสรเมืองก็เหลือแต่ตำนาน
บ้างเป็นร้านเคยขายขนมจีน

ลำนำเมืองเรื่องเก่าเล่าไม่หมด
บันทึกจดถ้อยไว้ไม่จบสิ้น
เล่าเป็นตอนให้ติดตามเรื่องของกิน
เรื่องท้องถิ่นหลังสวนมีมากมาย

............................



วันพฤหัสบดีที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

เก็บงาม..


เก็บงาม..

..............

ระบบรางวางเด่นให้เห็นชัด
มิข้องขัดขนานไปในทุกถิ่น
แข่งขันการจราจรกับเครื่องบิน
ใจถวิลอยากเห็นการพัฒนา

อยากเห็นการขนส่งทันสมัย
เป็นรถไฟความเร็วสูงที่ก้าวหน้า
วิ่งผ่านเมืองผ่านชุมชนผ่านท้องนา
แข่งเวลากับอาทิตย์ไปทุกวัน

ป้ายบอกเมืองบอกชัดว่าที่ไหน
เราฝันใฝ่อยากเห็นการสร้างสรรค์
อนุรักษ์รักษาความสำคัญ
ความเป็นเมืองที่ผ่านนั้นตลอดไป

พัฒนาควบคู่อนุรักษ์
ให้ประจักษ์รากเหง้าความยิ่งใหญ่
ดั่งอาทิตย์เคยงามเคยอำไพ
เก็บงามไว้ได้ชิดชื่นตลอดกาล..

............................

วันพุธที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

ธรรมชาติ


ธรรมชาติ..

.......................

ใบไม้หล่นบนลานเพราะลมปลิด
กิ่งหักโค่นลงชิดกับโคนต้น
ธรรมชาติลมแรงมิทานทน
จึงเป็นผลให้เห็นในทันใด

สายน้ำเชี่ยวเกลียวน้ำที่หมุนปั่น
พาทุกสิ่งสะบั้นแม้ยิ่งใหญ่
แรงน้ำเซาะแผ่นดินทลายไป
สิ่งไหนไหนน้ำก็ซัดลงทะเล

ชีวิตคนย่างก้าวจนเฒ่าแก่
จากอ้อแอ้เป็นทารกให้กล่อมเห่
การเปลี่ยนแปลงเปลี่ยนไปเกินคะเน
จนสุดท้ายมิหันเห ต้องจากไป

ธรรมชาติยั่งยืนเป็นที่สุด
จะยื้อยุดฉุดกระชากไปที่ไหน
จบที่หยุดแยกสลายตามกลไก
ธาตุดินน้ำลมไฟเป็นธรรมดา

........................
๑๖  พฤศจิกายน  ๒๕๕๙

อาทิตย์อัสดงที่หลังสวน.


อาทิตย์อัสดงที่หลังสวน..

...............................................

เมืองเล็กเล็กเมืองหนึ่งอันตรึงจิต
มีอาทิตย์อัสดงลงตรงนี้
สาดแสงส่องท้องฟ้าก่อนราตรี
เบ่งบารมีอันงดงามให้ตามดู

เป็นสีทองส่องสาดสว่างวาบ
ก่อนจะราบจมไปไม่หยุดอยู่
แสงเรืองรองจับจิตให้ชิดชู
เพียงสักครู่จะมืดไปให้ใจคนึง

อาคารโรงโถงค้าที่ปรากฏ
ตลาดสดเทศบาลอยู่ด้านหนึ่ง
รถราจอแจ เกินรำพึง
ภาพนี้จึงรกรถมาบดบัง

อาคารพาณิชย์เรียงรายไปโดยรอบ
คอยค้ากอบเงินทองทั้งสองฝั่ง
มากมายการค้าทำจริงจัง
เป็นความหวังว่าเมืองจะพัฒนา

อาทิตย์อัสดงอันโดดเด่น
แม้จะเร้นลงไปจนไร้ค่า
รอวันใหม่รอแสงจะกลับมา
มาเตือนตาให้ยินดีกันอีกคราว..

.............................
๑๖  พฤศจิกายน  ๒๕๕๙



วันอังคารที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

ใคร..ดี เลว กว่ากัน..


ใคร..ดี เลว กว่ากัน..

...............................

คนทิ้งขยะ กับ คนเขียนคำว่าห้ามทิ้งขยะตรงนี้
ท่านว่าใครถูกใครผิดมากน้อยกว่ากัน
หรือท่านเห็นเป็นอย่างไร

นี่เป็นที่สาธารณะกลางเมืองหลวง
เป็นทางเท้าให้ประชาชนสามารถเดินสัญจรไปมาได้บ้าง
แม้จะมีความกว้างประมาณ 1 เมตรก็ตาม

รั้วคอนกรีต ที่ถูกเขียนข้อความดังกล่าว
เป็นรั้วคอนกรีตที่สถาปนิกคงออกแบบมาให้เป็นส่วนประกอบสำคัญ
ของตึกสูงระฟ้า อาคารสำนักงานใหญ่ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน)
จึงจัดให้มีการปลูกต้นไม้ตกแต่งให้สวยงามด้วยนั้น

คนจัดการขยะของเมืองหลวง คงหนีไม่พ้นภารหน้าที่ของกรุงเทพมหานคร
ที่ต้องรับผิดชอบความสะอาดของเมืองทั้งหมด

ภาพนี้ได้บันทึกภาพไว้เมื่อเช้าวันที่ 14 พฤศจิกายน  2559
วันที่ลงข้อเขียนบทนี้ อาจมีการจัดการเรื่องความสะอาดไปทั้งหมดแล้วก็ได้
หรือยังมิได้จัดการอะไรสักอย่าง
หรือว่ากองขยะมันเพิ่มพูนใหญ่โต ตามกาลเวลา

แต่เมื่อดูตามภาพนี้แล้ว
ท่านมีความคิดอย่างไร...
............................
15 พฤศจิกายน  2559



อาฆาต..


อาฆาต..

............

ไร้เมตตา ก็อาฆาต ประกาศชัด
จึงไปขัดกับหลักธรรมและคำสอน
ไม่จองเวร เวรระงับ พึงสังวรณ์
บอกสะท้อนว่าโลกนี้จะวอดวาย

เมื่ออาฆาตก็ต้องตายกันไปเรื่อย
จนกว่าเหนื่อยที่จะรบแต่ละฝ่าย
จนกว่าแพ้ราบคาบจนหยาบคลาย
จนสลายมนุษย์โลก ด้วยสงคราม..

..........................
๑๕  พฤศจิกายน  ๒๕๕๙

อยากเก็บปุยเมฆขาว..


อยากเก็บปุยเมฆขาว..

................................

อยากเก็บปุยเมฆขาวที่พราวฟ้า
ประดับนภาให้งดงามทุกยามฝัน
ไม่อยากให้เมฆล่องลอยจากไปพลัน
และอยากเก็บแสงตะวันไว้คงเดิม

อยากให้สิ่งกีดขวางที่กางกั้น
ไม่เกะกะให้ภาพฝันมีค่าเพิ่ม
อยากให้ไม้เขึยวครึ้มแต้มดอกเติม
อยากให้เริ่มปรับภูมิทัศน์ร่วมจัดการ

อยากให้หญ้าเขียวสวยตอบฟ้าใส
มีไม้ดอกแซมไว้งามทุกด้าน
ประชาชนชมชื่นร่วมทำงาน
เพื่อแต่งบ้านของเราให้งดงาม

อยากเก็บปุยเมฆขาวทุกคราวเห็น
บันทึกเป็นภาพต้องมองไม่เมินข้าม
เป็นบันทึกเมืองหลังสวนแต่ละยาม
อันงดงามตามเวลาแต่ละคราว..

..................................
๑๕  พฤศจิกายน  ๒๕๕๙

วันอาทิตย์ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

จันโทปถัมภ์..



จันโทปถัมภ์..

....................

แค่เริมต้นผลงานก็ปรากฏ
ยังมีบทให้แสดงต่อแต่นี้
บูรณะอาคารใหญ่ให้คืนดี
นั่นต้องมีความร่วมมืออีกมากมาย

ขอขอบคุณบุญทุกสายสนับสนุน
จนอบอุ่นจากน้ำใจมิตรสหาย
ประชาสัมพันธ์ ม.ขีวิต เกียรติกำจาย
เชื่อมขยายความร่วมมือจนมั่นคง

จากวันนี้นับต่อก่อความสุข
มาร่วมปลุกประชาชนพ้นความหลง
ได้เรียนรู้ ได้เข้าใจเจตน์จำนง
ความมั่นคง "จันโทปถัมภ์" ก็กลับมา

สามบทกลอน ตอนต้น สองปีผ่าน
ซ่อมอาคารจันโทปถัมภ์ จนก้าวหน้า
ถึงวันนี้ ฉลองงาน กันสักครา
ทอดผ้าป่ากันอีกครั้ง อย่างตั้งใจ

จันโทปถัมภ์ สวยงาม ตามความฝัน
ความผูกพันศิษย์และครูนั้นยิ่งใหญ่
อาคารเรือนไม้เพริศแพรววับแววไป
สู่ยุคสมัย การศึกษา ม.ชีวิต..

..............................
๑๓  พฤศจิกายน  ๒๕๕๙

หมายเหตุ .. บทร้อยกรองสามบทตอนต้น ได้เขียนขึ้นในวันที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๕๗
                    ในครั้งที่ได้มีการจัดงานทอดผ้าป่าบูรณะอาคารจันโทปถัมภ์
                     อาคารเรือนไม้หลังใหญ่ ของโรงเรียนวัดขันเงิน และปัจจุบันใช้เป็นที่ทำการ
                     และจัดการศึกษาของมหาวิทยาลัยชีวิต หลังสวน
                     
                     ในโอกาสการจัดกิจกรรมการทอดผ้าป่าฉลองอาคารจันโทปถัมภ์ซึ่งได้ซ่อมแซม
                     จนแล้วเสร็จในระดับหนึ่งในวันนี้ วันที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๙
                      ของคณะนักศึกษาและคณาจารย์ ม.ชีวิต หลังสวน
                       จึงได้เขียนร้อยกรองเพิ่มเติมดังที่วางไว้นี้

วันเสาร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

รักษาป่า และภูเขา..

รักษาป่า และภูเขา..

...........................

ขุดดินเขาเอาไปจนไร้เขา
ช่างน่าเศร้าเอาไปขายรายได้เพิ่ม
ธรรมชาติหดหายไม่เหมือนเดิม
เอาเงินเติม กี่ล้านล้าน เขาไม่คืน

ป่าหดหายปลูกไม้ทดแทนเสริม
ไม้ก็เพิ่มกลับเป็นป่าพาให้ชื่น
เขาหดหาย คนทำลายมิอาจคืน
ต้องข่มขื่นทุกวันคืนว่า "เสียดาย"

ปลุกสำนึกให้ทั้งรักป่าและเขา
หากเหลือเงาเขาและป่าบ่นว่าสาย
โลกคงวุ่นทรัพยากรแหลกมลาย
ยังผลร้ายให้ทุกคนรับผลกรรม

ตื่นสำนึกกันหรือไม่ยังไม่รู้
หากเหลียวดูไปรอบข้างพบแต่ช้ำ
ถึงเวลาต้องรวมใจร่วมกันทำ
ทุกวันย้ำ รักษาป่า และภูเขา

..................................
๑๓  พฤศจิกายน  ๒๕๕๙

ลองทายมา..


ลองทายมา..

....................

ประชานิยมมิขมใจไม่แปร่งแปลก
ไม่ค้านแหลกไม่ว่าโกงไม่โยงอื่น
ไม่เป็นไรให้ทำได้อย่างยั่งยืน
ถึงแม้ฝืนความรู้สึกไม่เป็นไร

ประชานิยมเปลี่ยนเป็นประชารัฐ
ถึงแม้จัดถ้อยคำมาอย่างไหน
มันก็มีความหมายเดียวเข็ดเคี่ยวใจ
เพียงเปลี่ยนไปแต่ถ้อยคำทำเหมือนเดิม

จำนำข้าว จำนำยุ้งฉาง ไม่ต่างค่า
เพียงราคาข้าวที่หายให้ค่าเสริม
ใครคนได้ใครเสียหายมากกว่าเดิม
ใครคนเริ่มแก้ปัญหาของชาวนา

ประชานิยม ประชารัฐ นัดประกวด
เอามาอวดผลงานในวันหน้า
อย่างไหนดี อย่างไหนร้าย ลองทายมา
หรือเห็นว่า ทั้งสองอย่าง ไม่มีดี..

..........................
๑๓  พฤศจิกายน  ๒๕๕๙

วันศุกร์ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

From Spain to Thailand


From Spain to Thailand

""""""""""""""""""""""""""""""""""""

ความงดงามเรามีให้เขาเห็น
จากสเปน จึงมาไกลถึงที่นี่
ปั่นสองคน จากเชียงราย เป้าหมายมี
สิ้นสุดที่ ภูเก็ต เด็ดจริง จริง.

ภาพบันทึกเมื่อหนึ่งปีผ่านมาแล้ว
สองเพื่อนแก้ว อาคันตุกะ มาไกลยิ่ง
ปั่นจนเหนื่อยแวะข้างทางได้พักพิง
และได้ทิ้งความทรงจำอันอำไพ

เส้นทางราชกรูด- หลังสวน
ธรรมชาติเย้ายวนทุกสมัย
ป่าสมบูรณ์ยังมีให้ดีใจ
การท่องเที่ยว ท่องไพร มีให้เยือน

หน่วยจัดการต้นน้ำพะโต๊ะในภาพนี้
บอกวิถีว่าไมตรีมีให้เพื่อน
ชาวต่างแดน ต่างถิ่นมาถึงเรือน
ได้บอกเพื่อนต่อไป ว่าไทยงาม..

..............................
๑๒  พฤศจิกายน  ๒๕๕๙





เมื่อใด..

เมื่อใด..

.................

วิจิตรงามตามนี้มีค่าไหม
บ้านเรือนไม้ที่หลังสวนเย้ายวนฝัน
เรือนโบราณมากค่าเสื่อมทุกวัน
ซึ่งลดค่าความสำคัญคุณค่าเรือน

ลวดลายฉลุปรุไม้ประดับแต่ง
จนเรือนแกร่งพริ้งไปที่ใดเหมือน
สะดุดตาอาคันตุกะผู้มาเยือน
เมื่อรอยเคลื่อนลวดลายหายเสียดายทำไม

เมื่อใดหนอจะได้เห็นหน่วยงานรัฐ
ธุระจัดประสานงานเป็นการใหญ่
อนุรักษ์ส่งเสริมเติมน้ำใจ
จนทุกบ้านเรือนไม้อยู่ยั่งยืน

รอเจ้าของบ้านทุกหลังพลังร่วม
เป็นแรงรวมร่วมใจปลุกให้ฟื้น
บูรณะ ซ่อมบ้าน ทุกวันคืน
จนเมืองชื่นคนชมอุดมยินดี

.......................
๑๒  พฤศจิกายน  ๒๕๕๙



วันพฤหัสบดีที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

ชุมพรยามเย็น..


ชุมพรยามเย็น..

.........................

ยามสายัณห์ทันเวลาได้เห็นภาพ
นภาอาบอิ่มแสงอันสดใส
ทาบทอเมฆเสกสั่งก่อนลับไป
จนเวิ้งฟ้าเพริศไสวในบันดล

เห็นตึกสูงตระหง่านแท่งสี่เหลี่ยม
เคยเยือนเยี่ยมยังโดดเด่นเป็นล้นพ้น
ชุมพรแกรนด์พาเลซ กลางมณฑล
ยังเข้มข้นและงดงามตามเวลา

ธรรมชาติยามเย็น ฟ้าเล่นแสง
อาทิตย์แกล้งแสงสะท้อนทั้งราวฟ้า
เป็นภาพงามยามหนึ่งให้ตรึงตา
ปรารถนาก็ได้พบจนพึงใจ..

......................
๑๑  พฤศจิกายน  ๒๕๕๙

ประกาศ..


ประกาศ..

................

ภาพยามเช้าย่านนี้มีบ้านเด่น
ตกแต่งเป็นร้านค้าทันสมัย
บ้านเรือนไม้จำหน่ายรถมอเตอร์ไซด์
ปรับปรุงได้คงค่าและงดงาม

บริษัท ฮอนด้าชุมพร จำกัด
ป้ายบอกชัด ชื่อนี้มิควรข้าม
เพราะเห็นค่าบ้านเรือนไม้ทุกนิยาม
จึงคงความมีคุณต่อบ้านเมือง

เปิดทำการตามเวลาสง่านัก
ปกปักสถาปัตยกรรมอันฟุ้งเฟื่อง
บ้านหลังนี้มีประวัติอันประเทือง
เป็นร้านกาแฟประจำเมืองมายาวนาน

ชื่นชมความตั้งใจอนุรักษ์
จนบ้านนี้เป็นหลักงามทุกด้าน
สถาปัตยกรรมบ้านเรือนไม้อันตระการ
จึงสืบสานให้ถวิลให้ยินดี..

...........................
๑๑ พฤศจิกายน  ๒๕๕๙




วันพุธที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

ศิลปกรรมธรรมชาติ..


ศิลปกรรมธรรมชาติ..

................................

ศิลปกรรมธรรมชาติพิลาศเหลือ
แสงส่องอรุณเชื้อเป็นเนื้อฝัน
เมฆหมอกมะพร้าวประกอบกัน
แสงไฟให้สีสันจนงดงาม

ช่วงเวลาสำคัญหากทันเห็น
พริบตาเต้นเปลี่ยนไปอย่าได้ห้าม
มิหยุดอยู่อย่างนี้ตลอดยาม
มิอาจตามเก็บมาให้ได้ยล

จังหวะและโอกาส
หากว่าพลาดก็เสียดายให้ต้องบ่น
ธรรมชาติงดงามตรึงกมล
จอดรถยนต์ถ่ายภาพนี้มาให้ดู

...........................
๑๐  พฤศจิกายน  ๒๕๕๙

ศรัทธา..


ศรัทธา..

............

อากาศเย็นสบายสบาย สงบ ง่ายๆกับวิถีชีวิตของเมือง
ผู้คนยังบางตา รถราก็ไม่พลุกพล่าน

แสงแดดส่องให้เห็นบ้านเรือนที่ตั้งเด่นอยู่เป็นแถวในถนนหลังสวน
ทุกเช้า จะเห็นวัตรปฏิบัติของพระภิกษุสงฆ์  สามเณรที่เมืองนี้ออกบิณฑบาตร โปรดธรรมให้กับผู้คน

ศรัทธาแห่งพุทธศาสนายังแก่กล้า มั่นคง
เสริมส่งให้ภิกษุสงฆ์ สามเณร ได้ศึกษาเล่าเรียน บำเพ็ญเพียร
เพื่อนำหลักสัจธรรมแห่งชีวิตมาเผยแผ่ขยายผลให้ผู้คนได้เรียนรู้เข้าใจ
นำเอาไปเป็นหลักชัยในการดำเนินชีวิต ต่อสู้กับอุปสรรคปัญหานานัปการต่อไป

ชีวิตเช้ากำลังเริ่มต้น ด้วยวิถีแห่งธรรม
การให้  ดำรงอยู่ เพื่อทุกชีวิต
สดสวย งดงาม..

...........................
๙  พฤศจิกายน  ๒๕๕๙


รอยคิด..


รอยคิด..

.................

จากภาพร่างจางจางที่วางวาด
ก็พิลาศงามค่ามาให้เห็น
เติมต่อตามกำหนดอย่างใจเย็น
ให้ตื่นเต้นว่าเมื่อเสร็จเด็ดเพียงใด

วัดอุโมงค์เชียงใหม่จักสถิต
เป็นรอยคิดเขียนภาพความยิ่งใหญ่
ของพระผู้เป็นปราชญ์อันเกรียงไกร
บัณฑิตแห่งยุคสมัยในครานั้น

กระปุกสีมากมายหลายหลากสี
ภู่กันแต้มความดีเป็นสีสัน
มากมายงานศาสนาที่สำคัญ
เริ่มที่นั่นจนโด่งดังกระฉ่อนนาม

ศาลาเทพนิมิตธรรมาศรม
รวมระดมเรื่องราวปราชญทั้งสาม
อาจารย์ชัยวัฒน์ วรรณานนท์ กำหนดความ
ให้ติดตาม ท่านปัญญานันทะภิกขุ..

..........................
๙  พฤศจิกายน  ๒๕๕๙


ไม่ไยดี..


ไม่ไยดี..

................

อลังการบ้านเรือนไม้ให้ได้เห็น
ตลอดเส้นถนนเมืองหลังสวน
อากาศดีแสงดีงามพอควร
เป็นภาพชวนให้ทุกคนมาเยี่ยมเยือน

ตะวันงามยามเย็นเป็นนิมิต
แสงสถิตส่องสาดไม่คลาดเคลื่อน
ได้เห็นภาพอลังการของบ้านเรือน
ประดับเกลื่อนแถวถนนจนลานตา

สองฟากถนนมีชีวิต
มิได้ปิดตลอดไปให้ไร้ค่า
มีร้านโรงค้าขายตลอดมา
คนซื้อขายสินค้าตลอดวัน

สถาปัตยกรรมเรือนไม้เมืองหลังสวน
ศิลปกรรมล้วนล้วนที่สร้างสรรค์
คู่กับเมืองแต่โบราณอย่างสำคัญ
แต่รัฐนั้นไม่สนใจไม่ไยดี..

.........................
๙  พฤศจิกายน  ๒๕๕๙


วันอังคารที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

ฝน..


ฝน..

...........

มิทันดึกดาวเดือนถูกเกลื่อนกลบ
ฝนพราวลบเงาจันทร์มิทันอ้อน
ดาวก็ดับลับลาทิฆัมพร
จำใจนอนฟังฝนหล่นหลังคา

มิมีเสียงอื่นใดในค่ำนี้
เสียงโกรกกรากเป็นดนตรีที่เปี่ยมค่า
ไม่มีจิ้งหรีดร้องประสานมา
มีเสียงฟ้าคะนองเป็นคราวคราว

เสียงฟ้าคำรามคะนองนัก
ทายทักถามคำจากห้วงหาว
เตือนว่าฝนหนนี้คงมิยาว
และลมหนาวจะมาในเร็ววัน

เสียงฟ้าลั่นนั้นก้องน่าเกรงกริ่ง
จำใจทิ้งลำนำที่จำปั้น
เกรงว่าฟ้าพิโรธจะลงทัณฑ์
ให้สะบั้นทุกสิ่งไปทันใด

จบลำนำคำว่าฝน
ฟ้ายังหม่นมืดมิดสนิทไฉน
แสงฟ้าแลบแปล๊บปล๊าบกระจ่างไป
ชั่วแวบไฟก็ตื่นใจต้องหยุดคำ

.......................

๘  พฤศจิกายน  ๒๕๕๙

แสงส่องเมือง..


แสงส่องเมือง..

........................

แสงส่องเมืองเรืองรองให้ต้องจิต
ชวนพินิจบ้านเรือนงามอร่ามขวัญ
เสน่หาเคหารับอรุณพลัน
ธรรมชาติเสกปั้นประดับเรือน

สงบ สว่าง กระจ่างจ้า เวลาเช้า
เรือนแถวยาวเหยียดไปเรือนไม้เกลื่อน
ศิลปสถาปัตยกรรมเห็นรางเลือน
มิคลาเคลื่อนเปลี่ยนไปตามเวลา

วัตรปฏิบัติของสงฆ์ยังคงมั่น
ยังโปรดธรรมทุกวันมั่นคงค่า
ยังเดินบาตรยามเช้าจนชินตา
ยังปรารถนาให้บ้านเมืองรุ่งเรืองธรรม

เป็นเมืองพุทธแดนใต้ตอนบนนะ
ศิลปะของเมืองมิตกต่ำ
ชื่อหลังสวน มากมีวัฒนธรรม
ประกาศย้ำชวนมาให้เยี่ยมเยือน

.............................
๘  พฤศจิกายน  ๒๕๕๙

อาทิตย์อุทัย..


อาทิตย์อุทัย..

....................

อรุณรุ่งส่องแสงสวยงามยามเช้า
แพรวพราวในราวฟ้า
อาทิตย์สว่างจ้าเจิดจรัส
เหมือนเรียกนัดให้ออกมาเยี่ยมชม

พลังแห่งความงดงาม มิอาจชื่นชมได้เนิ่นนาน
แสงที่ส่องสว่าง ส่องตรงดวงตา ปานจะทะลุทะลวงไปถึงใจ
ต้องหลบตามิอาจมองอาทิตย์อุทัย
แม้มีความงามจับใจก็ไม่กล้ามอง
จนล่วงเลยเวลาแห่งความงดงามนั้นไป

ความร้อนแรงทอทาบบดทับความงดงามนั้น
ส่องสว่างกระจ่างไปทุกทิศทาง
ขับความมืดมัว หม่นหมอง ให้ร้างไปในทันใด

...........................

วันจันทร์ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

เต่าร้าง..


เต่าร้าง..

................

เต่าร้างต่างรุ่นต่างสมัย
งดงามตามวัยให้ได้เห็น
พวงห้อยย้อยยั่วเช้าจนเย็น
เสกเส้นเหมือนเปียผมใคร

ลดหลั่นชั้นสูงกลางต่ำ
ยอกย้ำยอมรับผู้ใหญ่
ผู้น้อยต่างสีต่างวัย
เป็นไปตามธรรมชาตินำ

.........................



เก็บภาพ..


เก็บภาพ..

.................


ช่วงนี้อากาศเย็น ไม่อยากตื่นนอนแต่เช้า
นอนอุดผ้าห่มอุ่นกายสบายใจ
แต่เมื่อมีภาระงานที่ต้องทำ จะมัวนอนคุดคู้อยู่ไย

เหลียวมองนาฬิกา แลเห็นฟ้ากระจ่างใจ
ตื่นเช้ามาเห็นฟ้าที่งดงามยั่วใจ  ให้ต้องรีบออกไปจับภาพมาฝากกัน
แม้แสงยังไม่ค่อยถูกใจนัก เพราะต้องรอเวลา รอสภาพสิ่งแวดล้อมประกอบกัน และบางครั้งก็ไม่ทันเวลาที่แสงของดวงอาทิตย์ที่ต้องตา ถูกใจ มันผ่านพ้นไปเสียแล้ว

ก็พอได้ภาพยามเช้าของแม่น้ำหลังสวน  ด้านหลังสำนักงานเทศบาลเมืองหลังสวน  ตำบลหลังสวน  อำเภอหลังสวน  จังหวัดชุมพร  เอามาฝากกัน

มองภาพสบายใจ สบายตากันเสียบ้าง
เห็นธรรมชาติที่เปลี่ยนแปลงไปทุกขณะ ทุกวินาที ไม่หยุดนิ่ง
แม้เห็นสายน้ำเหมือนหยุดนิ่ง แท้จริงมันไหลลงไปทะเลทุกขณะ

เมฆที่ลอยล่องฟ้า ก็เปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา
จนฟองฝอยของเมฆงดงามตา ประดับนภารับแสงอาทิตย์อุทัย

ไม่มีสิ่งใดหยุดนิ่งตลอดไป
ภาพงามยามเช้าที่ยั่วใจ ก็ถูกเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา
เก็บภาพงามนี้ไว้ตรึงตา ตรึงใจ
ตลอดสมัยชีวิตวาร

วันอาทิตย์ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

ปริศนา


ปริศนา..

.................

เมื่อปี่กลองฆ้องรัวเปิดครัวเด็ด
ข้าวกี่เม็ดก็มีค่าให้หาเสียง
ไม่ต้องชั่งตั้งขายให้ลำเอียง
การถกเถียงก็เกิดขึ้นในบันดล

ทุกฝ่ายข้างร่างคำในสำนึก
ให้โหมฮึกคึกคะนองป้องปากก่น
ขุดอดีตกรีดคำร่ายรำมนต์
ทับถมจนอีกฝ่ายต้องพ่ายแพ้

เขาเห็นเพียงเม็ดข้าวที่พราวค่า
ในมรรคาการเมืองมากคำแถ
เขาไม่เห็นว่าชาวนาถูกรังแก
ไม่เห็นแม้ความทุกข์ที่ปลุกเมือง

อีกกี่กาลบ้านเมืองนี้จะมีสุข
ข้าวเหลืองสุกมีค่าราคาเฟื่อง
จนชาวนามีเงินใช้ไม่ฝืดเคือง
เมื่อใดเรื่องข้าวพ้นความหม่นหมอง

สามัคคีความคิดผิดหรือถูก
มาร่วมปลูกเหตุผลความถูกต้อง
มาร่วมคิดปริศนาหาปรองดอง
ในครรลองการมองข้าวอย่างเป็นธรรม..

........................
๖  พฤศจิกายน  ๒๕๕๙

วันเสาร์ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

เจ้าเล่ห์..


ภาพลายเส้น...คุณนิพัฒน์  วรชาติ

เจ้าเล่ห์..


...............

ศิลปะบอกเขากรอกหน้าว่าเป็นมิตร
แต่ใจคิดเข่นฆ่าแต่ละฝ่าย
เป็นภาพงามบอกคนได้มากมาย
ความมุ่งร้ายซ่อนมีดไว้ข้างหลัง

ความจริงใจไยดีไม่มีเหลือ
มีแต่เชื้อเจ้าเล่ห์ชโลมหลั่ง
ในส่วนลึกแห่งจิตติดชิงชัง
รอวันคลั่งเข้าทำลายทำร้ายกัน

...................

.

วันศุกร์ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

รู้จักรอ


รู้จักรอ
............


การไม่รู้จักรอ  เป็นปัญหา และ เป็นวิกฤตการเมืองไทย
การช่วงชิง และการใช้ความรุนแรง จึงเกิดขึ้น
ทำลายความสามารถ และศักยภาพของประเทศ

การก้าวข้ามความขัดแย้ง คือต้องยอมรับในกติกาที่เป็นสากล
อย่าบิดเบือน  เบี่ยงเบน

และต้องไม่สร้างกติกาปลอมๆ เทียมๆ
ที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง
ที่ไม่เป็นสากลขึ้นมาเพิ่มความขัดแย้ง
โดยหลงเข้าใขผิดว่าจะสร้างความปรองดองได้

การรู้จักรอ  การไม่ใช้ความรุนแรง ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม
การยอมรับมติของประชาชน และมีวินัยอย่างเคร่งครัดในทางการเมือง

เป็นทางรอดของประเทศ และประชาชน


คนแพ้  ก็ต้องกระทำและนำเสนอสิ่งดี  คนดีๆ ความคิดดีๆ และนโยบายดีๆ
ให้คนมีสิทธิเลือกตั้งเลือกในการเลือกตั้งครั้งต่อไป

การควบคุมบริหารงานรัฐบาลของผู้ที่ชนะเลือกตั้งเป็นรัฐบาล
ผู้แพ้ก็ต้องกระทำด้วยความสามารถ ด้วยวินัย ตามหลักการสากล
ทำงานอย่างนี้ให้ผู้คนเห็นว่า
ฝ่ายผู้ที่แพ้การเลือกตั้งนั้น มีคุณค่ากว่า
การเลือกตั้งครั้งคราวต่อไปก็จะชนะเลือกตั้งได้

การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นได้เสมอ


..........................

พระแท้..



พระแท้..

............

มาสร้างป่าสวยสวยร่ำรวยไม้
ปลูกด้วยใจมุ่งมั่นอันแน่วแน่
เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาแท้
และร่วมแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม

ดีกว่าองค์เจดีย์ที่ไม่เที่ยง
สรรพเสียงวิจารณ์ทุกหญ้าหย่อม
หากทำไปในกระแสไม่ยินยอม
มีแต่ตรอมตรมใจไปทุกวัน

ดินบนเขาเอาไม้ไปเสียหมด
เห็นรันทดทุกข์ใจและไหวหวั่น
กลัวดินเลื่อนไหลลงไม่ป้องกัน
องค์เจดีย์ที่สร้างนั้นไม่ปลอดภัย

จะทุ่มเงินอวดโชว์ใครกันนะ
การลดละกิเลสลงคือเรื่องใหญ่
การรักธรรมชาติรักพงไพร
คือวิสัยที่พระแท้นั้นควรทำ

.........................
๕  พฤศจิกายน  ๒๕๕๘

แกงส้ม..



แกงส้ม..

................

แกงส้มปลา  แกงส้มกุ้ง  ช่างยุ่งนัก
จะใส่ผัก ไม่ใส่ผัก เลือกอย่างไหน
เขาจะแกงส้มนี้ ให้กับใคร
เผ็ดหรือไม่ น่าสนใจ น่าติดตาม

เราจะมีโอกาสได้เอมอิ่ม
ได้ลองลิ้ม รสแกง อยากแกล้งถาม
จะได้เห็น กุ้ง ปลา ที่ในชาม
เปรี้ยวมะขาม หรือส้มใด อยากได้ลอง

พริกรสเด็ด เผ็ดปากไม่ได้หุบ
หรือแอบอุบ ปลา กุ้ง ลงพุงคล่อง
คาดคะเน เห่คำ ตามครรลอง
หันหามอง แกงส้ม ยังไม่มี

เขาจะแกงเมื่อใดยังไม่รู้
ตำราครู เรื่องแกงส้ม อยู่ไหนนี่
ถึงยามอด แกงอะไร ก็ว่าดี
ตำรามี จะแกงเอง จะเป็นไร

..........................
๔  พฤศจิกายน  ๒๕๕๙


วันพฤหัสบดีที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

ร่องรอย..



ร่องรอย..

..................

ร่องรอยงามยังมีให้ได้เห็น
สายน้ำเย็น กับสะพานที่บ้านฉัน
รอยโค้งข้ามคงค่าเกินจำนรรจ์
เพราะสะบั้น จึงเป็นเหลี่ยมมาเทียมแทน

ร่องรอยน้ำสีแดงแสดงบอก
ว่าป่าชอกช้ำไปให้คับแค้น
ดินละลายน้ำหลากจากดงแดน
จึ่งข้นแค่นเคืองคำใครทำลาย

ร่องรอยงานแข่งเรือที่เหลือไว้
มิได้ใช้จุดเรือปล่อยไปชิงหวาย
เหลือภาพหวังทิ้งไว้แม้เดียวดาย
ยังขยายความผูกพันนิรันดร

ร่องรอยไม้สีเขียวเกาะเกี่ยวภาพ
ดูแล้วอาบอิ่มเอมเกษมย้อน
ร่องรอยฝนหล่นฟ้าชุ่มนาคร
เมฆยังร่อน รอโปรย ฝนอีกครา

ร่อง รอยรักสามัคคีที่เคยบอก
รอย ช้ำชอกของสงครามฤาหยามค่า
เจ็บ อดีตกรีดใจตลอดมา
ปวด อุราเป็นบทเรียนจึงเขียนคำ

...........................
๔  พฤศจิกายน  ๒๕๕๙

วันอังคารที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

แสงสวรรค์..


แสงสวรรค์..

........................

เมื่อฟ้าร่ำฝนร้องจนนองน้ำ
เมืองก็ฉ่ำชุ่มไปในกระแส
ละอองฝนหม่นเมืองทุกทิศแล
หนาวเหน็บแท้ทุกข์ใจไม่คืนคลาย

อีกกี่ยามกี่เย็นกี่เพ็ญผ่าน
จักสราญใจสุขสมจิตหมาย
อีกกี่เดือนกี่ปีจักสบาย
พอหนาวคลายอุ่นจิตสนิทนาน

โลกหมุนเวียนเปลี่ยนไปไม่หยุดยั้ง
ก้าวหน้ายังจุดหมายไปทุกด้าน
หากเรายังย่ำช้ำมิทำการ
อีกกี่กาลจะเกิดผลสำเร็จกัน

ฝนยังพรำพรมไปไม่ขาดเม็ด
ดาวเดือนเด็ดด้วยหม่นเมฆเกินเสกฝัน
รอเวลาฟ้าเปิดเชิดสุริยัน
อุ่นแสงสวรรค์สุขใจในทันที..

.........................
๓๑  ตุลาคม  ๒๕๕๙

น้องเล็ก..



น้องเล็ก..

....................

จากเงาร่างจางจางที่วางวาด
รูปของปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ทางศาสนา
ผู้เผยแผ่พุทธศาสน์ตลอดมา
ท่านปัญญานันทะภิกขุผู้เกรียงไกร

เป็นน้องเล็กร่วมอุทรสามสหายธรรม
ท่านเลิศล้ำเทศนาธรรมที่เชียงใหม่
วัดอุโมงค์โด่งดังขจรไกล
ยุคสมัยที่ผ่านนั้นบันทึกความ

จากจุดเล็กขยายไปที่จุดใหญ่
จากที่จางกระจ่างใจจนอร่าม
จากมุมมืดก็สว่างจนงดงาม
คนติดตามท่านปัญญาเทศนาธรรม

จากวันนั้นถึงวันนี้ที่วัดขันเงิน
คำสรรเสริญเจริญใจให้ค่าล้ำ
เป็นภาพงามฝากไว้ให้จดจำ
ปริศนาธรรมพระพรหมมังคลาจารย์

จากเงาร่างวางไว้ด้วยฝีมือ
เพื่อจะสื่อความหมายหลายสถาน
ชื่อชัยวัฒน์  วรรณานนท์ เขียนตำนาน
ภาพอาจารย์ปัญญานันทะภิกขุ

.............................
๑  พฤศจิกายน  ๒๕๕๙

หมายเหตุ .. คลิกที่ภาพ และขยายให้ภาพเต็มจอ
                    จะเห็นภาพร่างงานจิตรกรรมของอาจารย์ชัยวัฒน์  วรรณานนท์


วันจันทร์ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2559

แสงเทียน..

แสงเทียน..

.....................

แสงเทียนส่องสว่างไปในพิภพ
จนสงบกระจ่างใจได้ศึกษา
มหาธรรมอำไพให้ปัญญา
สร้างมหาบัณฑิตกอบกิจครู

สำนักเรียนบาลีที่ผลิต
เพื่อส่งศิษย์ไปสร้างการเรียนรู้
ปลุกสังคมให้เชิดธรรมมาชื่นชู
เพื่อกอบกู้สังคมดีไปนิรันดร์

ความตั้งใจในวิถีไม่มีเปลี่ยน
มหาเปรียญมีชีวิตมีจิตมั่น
ออกเดินสายขยายงานอันสำคัญ
ปลุกปั้นของดีมีชีวิต

ตำนานพระราชญาณกวี
ศิษย์ทุกที่เป็นของดีที่สถิต
มากมายขยายผลจนสัมฤทธิ์
ทั่วทุกทิศเป็นศิษย์วัดขันเงิน

                                   
 หมายเหตุ..ภาพสีน้ำจิตรกรรมฝาผนังฝีมืออาจารย์ชัยวัฒน์  วรรณานนท์
                                     ที่ศาลาเทพนิมิตธรรมาศรม วัดขันเงิน (พระอารามหลวง)
                                                    ตำบลวังตะกอ  อำเภอหลังสวน  จังหวัดชุมพร